กดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจ เอ้ากดเลย?(*^ – ^*)?
?(*^ – ^*)?
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว ภูมิภาค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว ภูมิภาค แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
สั่งประหาร 5 โจรใต้ฆ่าทหาร
เมื่อวันที่ 26 พย. ศาลจังหวัดปัตตานี ได้พิพากษาประหารชีวิต นายอิสมาแอ ดาโอง นายมะซาฮาฟี มีทอ นายกอเดร์ เจะแต นายนิมูหัมหมัด นิเซ็ง และ นายฮิสบุลลอฮ บือซา ฐานร่วมกันใช้อาวุธปีนสังหารเจ้าหน้าทีทหารชุดร้อย ร.153261 ฉก.ปัตตานี 25 เหตุเกิด 28 กค. 2555ขณะที่ จนท.ทหารใช้รถ จยย.3 คัน รวม 6 คน ออกลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยบนเส้นทาง ระหว่าง สาย อ.มายอ- บ้านปาลัส พอถึงบริเวณทางเปลี่ยวที่ ม.3บ้านดูวา ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี ได้มีคนร้ายเกือบ 20 ราย ใช้รถปิกอัพ 3 คัน มีอาวุธปืนครบมือ ตามประกบยิงระยะเผาขน ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 นายคือ พลทหารเบญจรงค์ สีแก้ว พลทหารภาคิน หงส์มาก สิบเอกลือชัย จุลทอง และ พลทหารเอกลักษณ์ สีดอกไม้
รวมทั้งได้รับบาดเจ็บอีก 2 นายคือ สิบเอกปรีดา นพคุณ ปี และพลทหารอาคม ชูกล่อม ก่อนที่คนร้ายจะขโมยอาวุธปืนประจำกายของทหารที่เสียชีวิต รวมทั้งวิทยุ เสื้อกันกระสุนและอื่นๆ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี ซึ่งช่วงเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายก่อเหตุทุกขั้นตอน.
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ครูนักเรียนผวา! โรงเรียนดังระยองเฮี้ยน สร้างทับคุกเก่า
(23 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง กำลังร่ำลือถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง หลังจากที่มีกลุ่มนักเรียนและภารโรงอ้างว่า พบเจอเรื่องลี้ลับที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ มาในรูปแบบเสียงและเงาดำ ที่กำลังสร้างความหวาดผวาอยู่ในขณะนี้
ตามรายงานระบุว่า โรงเรียนมัธยมแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่เพิ่งเปิดการเรียนการสอน เมื่อปี 2553 เป็นโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ.ระยอง เดิมเคยเป็นพื้นที่เรือนจำกลาง จ.ระยอง เป็นอาคารเรียนสูง 7 ชั้น และ อาคารเอนกประสงค์สูง 3 ชั้น มีลักษณะเป็นตัวยู
จากการสอบถาม แม่บ้านและภารโรงประจำโรงเรียน ต่างเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เคยพบเจอในทำนองเดียวกันว่า มักจะเจอเหตุการณ์ประหลาดระหว่างที่ทำความสะอาดอยู่ในอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียน โดยเฉพาะบริเวณห้องเก็บของที่มีการนำโซ่มาคล้องปิดไว้อย่างแน่นหนา แต่มีเกิดคล้ายดันประตูเสียงดังสนั่น หรือ ลูกบิดประตถูกบิดไปมา ทั้งที่ในห้องไม่มีใครอยู่ และมีเพียงกระจกเล็กๆ บานเดียว
นอกจากนี้ยังเคยเกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อครั้งที่มีนักศึกษามาขออนุญาตให้พื้นที่โรงเรียนในช่วงปิดภาคเรียน ที่ห้องน้ำชั้น 7 ของอาคารเรียน นักศึกษาหญิงคนหนึ่งตกใจวิ่งหน้าตาตื่นลงมาจากอาคาร ระบุว่า ได้ยินเสียงโซ่ลากไปกับพื้นห้องน้ำ เมื่อเปิดประตูออกมาพบเป็นเงาดำ ลักษณะคล้ายนักโทษเดินลากโซ่ตรวนผ่านไปมา
อีกทั้งยังมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นกับลิฟท์ของอาคารเรียน ที่มักจะเปิดประตูออกที่ชั้น 5 คล้ายกับมีคนกดลิฟท์ไว้เพื่อจะโดยสาร แต่เมื่อประตูเปิดออก ปรากฏว่าไม่มีใครยืนรออยู่ เรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงกันในหมู่เด็กนักเรียน จนกระทั่งเริ่มร่ำลือออกไปนอกโรงเรียน เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่ต่างเคยประสบพบเจอกันมา
อย่างไรก็ตาม นายจารุวัฒน์ สุนทรเวชพงศ์ รองนายก อบจ.ระยอง ได้เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่เคยทราบข้อเท็จเกี่ยวกับกระแสร่ำลือดังกล่าว จึงยังไม่ขอออกความคิดเห็นในเรื่องนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งกระทบต่อสภาพจิตใจของครูนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน
แต่ นายจารุวัฒน์ ยอมรับว่า พื้นที่ที่ตั้งของโรงเรียนแห่งนี้ เดิมเคยเป็นเรือนจำกลองประจำจังหวัด ที่ปัจจุบันได้ย้ายไปสร้างอยู่ที่ อ.นิคมพัฒนา เนื่องจากเกิดความแออัด พื้นที่ดังกล่าวจึงถูกทิ้งรกร้าง ก่อนจะนำมาพัฒนาพื้นที่สร้างเป็นโรงเรียนมัธยมแห่งนี้
ทั้งนี้มีรายงานว่า ภายหลังจากเกิดกระแสร่ำลือเรื่องลี้ลับดังกล่าว ล่าสุดทางผู้บริหารโรงเรียนมัธยมแห่งดังกล่าว ได้จัดพิธีทำบุญและสร้างหอพระขึ้น บริเวณหน้าอาคารเรียน เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจกับครูนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนแล้ว
บ่าวสาวลำปางแต่งงานแหวกแนว จัดคอนเสิร์ตแจกไอโฟน 6
23 พ.ย. - หนุ่มเมืองรถม้าจัดเต็มงานแต่งแหวกแนวยิ่งกว่าคอนเสิร์ตการกุศลแถมมีเครื่องรูดบัตรไว้หน้างานสำหรับแขกที่ลืมเอาการ์ดงานแต่งมา และแจก iPhone 6 Plus อีกด้วย
เมื่อค่ำวานนี้ (22 พ.ย.) ที่บริเวณห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง คราคร่ำไปด้วยแขกเรื่อที่แต่งกายสดใสตามคอนเซปต์ของเจ้าภาพเพื่อมาร่วมงานแต่งงานของ นางสาวรชยา ชมภูทิพย์ หรือ เฟื่อง และนายวสันต์ คำบุญทา หรือ โจ เจ้าของธุรกิจสื่อโฆษณาในจังหวัดลำปาง วัย 30 ต้นๆ ซึ่งหากไม่ทราบว่าเป็นงานแต่งงานก็คงคิดว่าเป็นการจัดคอนเสิร์ตการกุศล เนื่องจากมีการขนศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมากมายมาร่วมให้ความสุข อาทิ ปิง-ชมพู ฟรุตตี้, บุ๋ม จุฬามาศ ซึ่งห่างหายจากการร้องเพลงไปนานกว่า 25 ปี, แหม่ม พัชริดา และ ยังมี ไก่ สมพล และ อ้น ศรีพรรณ มาเป็นพิธีกรบนเวที ทำให้ในงานมีสีสันเป็นอย่างมาก
โดยเมื่อแขกมอบซองของขวัญ ก็จะได้รับคูปองเล่นเกมเพื่อรับของรางวัลหน้างาน อาทิ เกมโยนห่วง เกมน้ำเต้า หอย ปู ปลา เกมตักมัชฉา และยังได้รับคูปองชิงโชคโทรศัพท์มือถือ iPhone 6 Plus จำนวน 1 เครื่อง ส่วนผู้ที่ไม่ได้นำซองการ์ดเชิญมาทางเจ้าภาพก็ได้จัดเตรียมเครื่องสำหรับรูดบัตรเครดิตไว้บริการหน้างานอีกด้วย นายวสันต์ คำบุญทา เจ้าบ่าว กล่าวถึงที่มาของการจัดงานแต่งงานที่พิศดารไม่เหมือนใคร เนื่องจากอยากเห็นแขก คนที่รู้จักและทุกคนที่มาร่วมงานได้มีความสุขไปกับตนเองด้วย
วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
หนุ่มเมืองชลโรคลมชักกำเริบ ทำข้าวติดคอเสียชีวิต
เมื่อเวลา 18.00 น. (22 พ.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.หนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยว่า มีคนเป็นลมชักขณะนั่งกินข้าวอยู่และข้าวติดคอเสียชีวิต แม้ทางแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และแพทย์จากโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชาจะทำการช่วยเหลือยื้อชีวิตก็ตาม โดยศพของผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สอบสวนที่เกิดเหตุพบศพนายโกศล เปล่งอุ่น อายุ 39 ปี
สอบสวนนางลัตลดา พลอยหัน ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก และได้พากันมานั่งกินข้าวผัดกะเพรากันอยู่ที่ร้านค้าข้างโรงพยาบาล ก็ได้เกิดเป็นโรคลมชักกำเริบขึ้นและมีอาการแน่นิ่งคล้ายกับข้าวติดคอ จึงนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยทางแพทย์ลงความเห็นว่าข้าวได้ติดคอจนทำให้เสียชีวิตชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจได้ให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง
สธ.เตือนระวังตัวไรอ่อนหลังเที่ยวป่าพาหะนำโรค
ปลัด สธ. เผย เที่ยวป่าระวังตัวไรอ่อนติดมากับเสื้อผ้า นำมาสู่โรคติดต่อหลายโรค บางโรคถึงแก่ชีวิตได้
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาว ประชาชนมักนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในป่า เนื่องจากมีอากาศหนาวเย็น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ แนะนำประชาชนให้ระมัดระวังคือโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือไข้รากสาดใหญ่ โรคนี้เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด ส่วนใหญ่จะถูกกัดบริเวณในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณ ร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้
ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคนี้พบผู้ป่วยได้ตลอดปี มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์นักท่องป่า ทหาร และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า จะพบมากในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว โดยตัวไรแก่จะชอบอาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน เมื่อฟักเป็นตัวอ่อน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์ เช่น หนู กระแต กระจ้อน หรือคนที่เดินผ่านไปมา เพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคสครับไทฟัส โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 - 16 พฤศจิกายน 2557 ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 8,000 ราย เสียชีวิต 5 ราย ภาคเหนือมีผู้ป่วยมากที่สุด 3,013 รายรองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,461 ราย ผู้ป่วยเกือบ ร้อยละ 90 อาศัยในเขตชนบทและป่าเขา โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้
ในการป้องกันโรคนี้ ขอให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด ควรสวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำให้สะอาด และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้
สลด! ด.ช. 5 ขวบ ฝ่าเปลวเพลิงช่วยตาอัมพาต ถูกไฟคลอกดับทั้งคู่
วันที่ 22 พ.ย. 2557 ตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณบ้านดู่พัฒนา ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ใกล้เคียงแฟลตตำรวจ จึงประสานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสุรินทร์นำรถดับเพลิง จำนวน 4 คัน รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้ชั้นเดียวไม่มีเลขที่อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัดไฟไม่ให้ลุกลามไปติดบ้านข้างเคียง หลังใช้เวลากว่า 15 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพ นายสำเริง เสาสูง อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านซึ่งป่วยเป็นอัมพาตและศพ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 ขวบ หลานชายนอนเสียชีวิตในสภาพถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโก
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นายสำเริง กำลังนอนอยู่ภายในห้อง โดยมี ด.ช.เอ เล่นอยู่กับ ด.ช.แดง ลูกของเพื่อนบ้าน บริเวณหน้าบ้าน จู่ๆได้เกิดเพลิงลุกไหม้ภายในบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุ ด.ช.เอ และ ด.ช.แดง จึงได้วิ่งหนีออกจากบ้าน แต่เมื่อ ด.ช.เอ ได้ยินเสียงคุณตาตะโกนเรียกให้คนช่วย จึงวิ่งฝ่าเปลวเพลิงย้อนกลับเข้าไปหาคุณตาภายในบ้าน จนถูกไฟคลอกเสียชีวิตทั้งคู่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเกิดจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร และจะเตรียมเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุเพื่อพิสูจน์หลักฐาน ถึงหาสาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป
สงขลาดุ! คืนเดียวยิงกันตาย 3 ศพ
เมืองสงขลาดุ คืนเดียวยิงกันตาย 3 ศพ เหตุแรกสองพี่น้องถูกยิงเสียชีวิตคาบ้านเช่า อีกเหตุสองคนร้ายขับรถกระบะจ่อยิงหนุ่มใหญ่ ดับคาถนน
เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ร.ต.อ.ถาวร บุญทอง ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันตายที่บ้านเช่าซึ่งเป็นห้องแถวไม่มีเลขที่ หมู่3 ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา ซึ่งอยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา หลังรุดไปตรวจสอบ พ.ต.อ.ไวยวิทย์ นพรัตน์ รักษาการ ผกก.สภ.เมืองสงขลา และชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุ พบศพ นายมนตรี แซ่กัง อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ศีรษะและลำตัว รวม 2 นัด นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน และ นายศรีรัตน์ แซ่กัง อายุ 28 ปี น้องชาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ลำตัวสองนัด เสียชีวิตอยู่ริมกำแพงหลังบ้าน โดยมีคันเบ็ดตกปลา 2 อัน ซึ่งเป็นของผู้ตายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก และหัวกระสุนปืน 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุยิงทั้งสองคนมีชื่อเล่นว่า เฮีย อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเช่าบ้านอยู่ในห้องแถวเดียวกัน หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีขาว หลบหนีไป ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวที่ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
และในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวยังได้รับแจ้งอีกว่า เกิดเหตุยิงกันตายที่หน้าปั๊มแก๊ส LPG ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชะมวงปิโตรเลียม (สาขา 9) เลขที่ 3 / 54 หมู่1 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา หลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่าง นายสุธรรณ รัตนมณี อายุ 44 ปี ชาว ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน โดยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณใบหน้าทะลุท้ายทอย 1 นัด และลำตัว 2 นัด เสียชีวิตคาที่
จากการสอบสวนทราบขณะเกิดเหตุ นายสุธรรณ ได้โทรศัพท์นัดเพื่อนให้มารับที่หน้าปั๊มแก๊ส เมื่อเพื่อนขับรถจักรยานยนต์มารับ แต่ขณะที่ นายสุธรรณ เดินไปขึ้นรถรถจักรยานยนต์ ได้มีรถกระบะของคนร้ายขับมาประกบและมือปืนได้ลดกระจกลงแล้วใช้อาวุธจ่อยิงเข้าที่หน้าและลำตัวรวม 2 นัด จนล้มลงเสียชีวิต ส่วนคนร้ายได้ขับรถกระบะหลบหนีไป
สำหรับสาเหตุ เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและหาเบาะแสติดตามจับกุมต่อไป
จนท.อุทยานแห่งชาติทับลานยึดไม้พะยูงกว่า27แผ่น
จนท.อุทยานแห่งชาติทับลาน ตรวจยึดไม้พะยูงรวมกว่า 27 แผ่น ส่วนนายทุนและลูกจ้างที่ลักลอบตัดหลบหนีไปได้
เมื่อเวลา 0.30 น. วันนี้ 23 พ.ย. 57 นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน มรดกโลก (ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา) กล่าวว่า "ได้รับรายงาน ชุดกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน, อุทยานแห่งชาติปางสีดา ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. ได้ร่วมกันตรวจยึดไม้พะยูงแปรรูปได้ รวมจำนวน 27 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.46 ลบ.ม. เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่องพร้อมบาร์ รถเข็นล้อยางพร้อมเพลา 6 คัน ตีมูลค่าประมาณ 500,000 บาทเศษ จากที่เหตุเกิดบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานและป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน (ป่าวังทะลุ) พิกัด GPS (WGS 84)48 P 0183043 E 1559874 N อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
สำหรับคนร้ายคาดเป็นแรงงานต่างชาติ ชาวกัมพูชา ที่นายทุนจ้างมาลักลอบตัดไม้ ได้อาศัยความมืดหลบหนีไปได้ ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจบริเวณรอยต่ออุทยานแห่งชาติทับลานและปางสีดา มรดกโลก ได้พบร่องรอยชักลากไม้จึงได้ติดตามมาถึงบริเวณดังกล่าว
เมื่อพบของกลาง ชาวกัมพูชาที่ลักลอบตัดไม้อาศัยความมืดหลบหนีไปได้ดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา ตำรวจ สภ.นาดี ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. จึงได้ตรวจยึดไม้พะยูงแปรรูป จำนวน 27 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.46 ลบ.ม. เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่องพร้อมบาร์ รถเข็นล้อยางพร้อมเพลา 6 คัน
แชร์ว่อน! พระสงฆ์เกาะช้าง แชะภาพกอดสีกาต่างชาติ
วานนี้ (22 พ.ย.) ผู่สื่อข่าวรายงานว่า ในสังคมออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ภาพความไม่เหมาะสมของพระภิกษุรูปหนึ่งถ่ายภาพโอบกอดกับ 2 สีกาชาวต่างชาติ โดยเจ้าของเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "เก็บภาพวิพากษ์ เกาะช้าง" ได้นำภาพมาเผยแพร่ ระบุเหตุเกิดภายในพระอุโบสถของวัดแห่งหนึ่งในเกาะช้าง นอกจากนี้ได้โพสต์ข้อความว่า
"จากกรณีมีการร้องเรียนเรื่องภาพความไม่เหมาะสมของพระ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เรียนผบ.ร้อยฯ ตาม ว.0 ให้ตรวจสอบภาพถ่ายของภิกษะวัดคลองพร้าว ผลปรากฏว่าบุคคลในภาพชื่อ พระสุพจน์ พระลูกวัดคลองพร้าว แต่เจ้าตัวไม่อยู่ ไปเข้าปริวาสกรรมฯ จะกลับมาชี้แจงข้อเท็จให้ท่านเจ้าอาวาสและคณะกรรมการทรายภายใน 7 วัน หากความคืบหน้าประการใด จะรายงานให้ทราบต่อไป เพื่อโปรดทราบ ที่วัดคลองพร้าว@เกาะช้าง"
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดคลองพร้าว ปรากฏว่ามีพระชื่อพระสุพจน์จริง แต่ไม่ได้อยู่ที่วัดตอนนี้ เพราะเดินทางไปเข้าปริวาสกรรมที่วัดแห่งหนึ่งในจ.นครสวรรค์ คาดว่าจะเดินทางกลับวัดช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้
วันเดียวกัน นายพีระ เอี่ยมสุนทร นายอำเภอเกาะช้าง กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า หลังทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ตนไม่นิ่งนอนใจ ได้ติดต่อสอบถามไปยังคณะกรรมการของวัดคลองพร้าว ทราบว่าภาพดังกล่างเป็นภาพของพระสุพจน์ที่บวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดคลองพร้าว ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด โดยกรรมการวัดได้รายงานให้ตนทราบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้ง 2 คนได้เข้ามาทำบุญที่วัดคลองพร้าวด้วยการถวายสังฆทานและเข้าไปกราบไหว้พระในอุโบสถ พระสุพจน์ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลก็ได้เข้าไปดูแล และแนะนำถึงขั้นตอนการหรือวิธีการกราบไหว้ภายในอุโบสถด้วย
นายพีระกล่าวว่า หลังจากที่กราบไหว้แล้ว นักท่องเที่ยวสาวทั้ง 2 คนได้ขอถ่ายภาพกับพระสุพจน์ไว้เป็นที่ระลึก โดยผลัดกันถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ แต่เนื่องจากทั้ง 2 คนไม่รู้ถึงขนบธรรมเนียประเพณีของคนไทย จึงได้ทำท่าโอบกอดดังที่เห็น จนมีผู้นำไปโพสต์จนเป็นเรื่องราวถึงความไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พระสุพจน์ไม่ได้จำวัดอยู่ที่วัดคลองพร้าว เนื่องจากไปปฏิบัติธรรมอยู่ปริวาสกรรมที่ต่างจังหวัด ต้องรอให้ท่านกลับมาวัดคลองพร้าว เพื่อชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีก
สลด! ร.ต.ท.หนุ่มเครียดงานคดีล้นมือ ผูกคอดับคาห้องพัก
วันที่ 22 พ.ย. 57 พ.ต.อ.สำราญ ยินดีอารมณ์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รุดตรวจสอบหลังได้รับแจ้งว่า ร.ต.ท.ปรีชา นันทะพันธ์ ตำแหน่ง พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ผูกคอตัวเองเสียชีวิตภายในห้องพัก เลขที่ 211 หมู่ 6 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งหากจากโรงพักเพียง 50 เมตรเท่านั้น
ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าลักษณะ 2 ชั้นบริเวณชั้น 2 ของห้องเลขที่ 211 ภายในห้องนั้นพบร่าง ร.ต.ท.ปรีชา นันทะพันธ์ อายุ 32 ปี ตำแหน่ง พนักงานสอบสวน เสียชีวิตอยู่บริเวณระเบียงห้องโดยใช้เชือกสายนกหวีดผูกคอตัวเองกับขอบระเบียงอยู่ในสภาพท่านั่งขาเหยียดตรงสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวกางเกงขาวยาวสีกากีและที่มือซ้ายยังกำอาวุธปืนชนิดลูกโม้ขนาด .38 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของผู้เสียชีวิต จากการตรวจสอบของทางแพทย์เวรพบว่า ร.ต.ท.ปรีชา เสียชีวิตด้วยการผูกคอ ส่วนอาวุธปืนนั้นยังไม่มีร่องรอยการยิงแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบกระป๋องเบียร์ที่มีการดื่มไปแล้วจำนวนหลายกระป๋อง รวมถึงกระดาษที่เขียนข้อความจำนวนกว่า 10 แผ่น ระบายความท้อแท้เครียดกับเรื่องงาน ซึ่งมีสำนวนคดีความหลายคดีที่ยังไม่เสร็จสิ้น พร้อมทั้งเขียนขอโทษเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาอีกด้วย การเสียชีวิตของ ร.ต.ท.ปรีชา ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเพื่อนร่วมงานเห็นว่า ร.ต.ท.ปรีชา ไม่มาปฎิบัติหน้าที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานและไม่สามารถติดต่อได้จึงได้มาดูที่ห้องพักซึ่งถูกล็อคจากด้านในจึงได้ตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไปพบร่างร.ต.ท.ปรีชานอนเสียชีวิตอยู่ที่ระเบียงห้อง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมาทางด้านผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้นจึงได้เรียกพนักงานสอบสวนรวมถึงเพื่อนร่วมงานเข้าพูดคุยหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทันทีส่วนร่างผู้เสียชีวิตนั้นมอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตรต่อไป
เคลื่อนศพเสือมเหศวรใส่โลงเย็น เก็บวัดไพรนกยูง 100 วัน
เคลื่อนศพเสือมเหศวรใส่โลงเย็น เก็บวัดไพรนกยูง 100 วัน
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสือมเหศวร หรือนายศวร เภรีวงษ์ วัย 101 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา ญาติได้ตั้งศพสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน โดยในวันนี้ได้นำศพไปยังวัดไพรนกยูง ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ที่หมู่ 5 ต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท โดยมีหลวงพ่อเสือดำ หรือ พระทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร เจ้าอาวาสวัดศรีนวลธรรมวิมล เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทกับเสือมเหศวรมากที่สุด ถือสายสินนำร่างไร้วิญญาณไปยังวัด โดยมีญาติพี่น้อง และผู้เคารพนับถือร่วมขบวนเป็นจำนวนมาก โดยทำพิธีบรรจุศพภายในโลงเย็น และตั้งไว้ที่ศาลาธรรมสังเวชวัดไพรนกยูง เป็นเวลา 100 วัน และทำพิธีสวดอภิธรรมศพทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำ จนถึงวันฌาปณกิจ
พระทวีศักดิ์ กล่าวว่า การที่ให้เก็บศพไว้ 100 วัน เนื่องจากการจากไปของเสือมเหศวรในครั้งนี้ อาตมายังทำใจไม่ได้ เพราะในอดีตเคยกินนอนอยู่ด้วยกัน นอนกอดปืนด้วยกัน ทุกข์สุขหรือถูกทำร้าย ก็ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด อาลัยอาวรณ์เพื่อนที่เคยเป็นเสือด้วยกัน ยากที่จะทำใจได้ จึงขอเก็บศพไว้ก่อน เพื่อให้ลูกหลาน พี่น้องประชาชนที่เคารพนับถือระลึกถึง เพราะการจากไปครั้งนี้ไม่มีวันกลับ แต่ความดีของเสือมเหศวร จะเป็นดวงตราประทับใจของทุกท่านตลอดไป
ศาลให้กรมมลพิษ จ่ายหมื่นล้าน
วิจิตรภัณฑ์กับพวก ชนะคดีคลองด่าน อธิบดีเครียดหนักหาตัวผู้รับผิดชอบ
กรมควบคุมมลพิษอ่วม ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนให้จ่ายผิดสัญญาค่างวดงานโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ บวกดอกเบี้ยแล้วเป็นเงินร่วม 1 หมื่นล้านบาท ให้กับ 6 บริษัทเอกชน “วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง-สี่แสงการโยธาฯ-ประยูรวิศว์ฯ-กรุงธนเอนยิเนียร์-เกต เวย์ ดีเวลลอปเมนท์-สมุทรปราการ ออพเปอร์เรทติ้ง” ด้านอธิบดี คพ.ถึงกับเครียด เล็งช่องทางหาเงินมาจ่าย คาดต้องของบประมาณกลาง แต่อีก 6 เดือน ศาลตัดสินอีกคดีที่ คพ.ฟ้องคดีอาญาเอกชนฐานฉ้อโกงที่ดิน เพื่อใช้เป็นที่ก่อสร้าง
หลังสู้คดียืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2546 นับตั้งแต่ นายอภิชัย ชวเจริญพันธุ์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งยุติโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ที่ว่าจ้าง 6 บริษัทเอกชนร่วมก่อสร้าง วงเงินประมาณ 22,900 ล้านบาท เพราะการออกโฉนดที่ดินสำหรับทำโครงการ ไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ทำให้บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กับพวก 6 คน ได้ยื่นต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการเรียกค่าเสียหายจาก คพ.ในวงเงิน 9,400 ล้านบาท และเงินเหรียญสหรัฐฯ 31 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ซึ่งอนุญาโตตุลาการ มีคำสั่งให้ คพ.จ่ายเงินชดเชยแก่บริษัทเอกชนดังกล่าว ในวงเงิน 4,400 ล้านบาท และเงินเหรียญสหรัฐฯอีก 26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อมา คพ.ได้ยื่นคัดค้านคำสั่งอนุญาโตตุลาการต่อศาลปกครองกลาง พร้อมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไปยังศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2555 เพื่อระงับคำสั่งชดเชยค่าเสียหายของอนุญาโตตุลาการ
ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ย. ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในคดีการก่อสร้างโครงการจัดการน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษ จ.สมุทรปราการ (โครงการคลองด่าน) ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยืนตามอนุญาโตตุลาการให้ คพ.จ่ายค่าชดเชยให้กับเอกชน จำนวน 9,000 ล้านบาท และคดีที่บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างกับพวก 6 คน ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ และ คพ. โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ที่ให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ และให้ผู้คัดค้านชำระเงิน ค่าจ้าง ค่าเสียหาย รวมดอกเบี้ยเป็นเงิน 4,983,342,383 บาท กับอีก 31,035,780 เหรียญสหรัฐฯ ให้กับบริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กับพวกรวม 6 คน พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี (801,229,599 บาท) นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2546 โดยให้ คพ.จ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด รวมทั้งให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดแก่ผู้ร้องทั้ง 6 และให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน
ทั้งนี้ ในคำพิพากษาศาลปกครองเห็นว่าคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวไม่มีเหตุให้เพิกถอนและให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์ซึ่งชำระไว้เกิน ให้แก่ผู้คัดค้านเป็นเงิน 5,484,918 บาท (ห้าล้านสี่แสนแปดหมื่นสี่พันเก้าร้อยสิบแปดบาทถ้วน)
ด้านนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังทราบคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดว่า รู้สึกเครียด ที่ คพ.จะต้องจ่ายเงินให้กับกิจการร่วมค้า ขณะนี้ยังไม่ทราบตัวเลขแน่ชัดว่าเป็นเงินจำนวนเท่าไร แต่เป็นเงินตั้งต้นสำหรับการฟ้องร้องอยู่ประมาณ 6 พันล้านบาท บวกดอกเบี้ยอีกร้อยละ 7.5 เป็น เวลา 10 ปี น่าจะอยู่ที่ตัวเลขประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่ง คพ.ก็คงต้องยอมรับในคำตัดสินของศาล และตามขั้นตอนของราชการแล้ว คงต้องขอเงินจากงบประมาณกลาง ไม่เกี่ยวข้องกับงบประจำปีของ คพ. ซึ่งงบประมาณประจำปีของ คพ.จะอยู่ที่ปีละ 500 ล้านบาทเท่านั้น
เมื่อถามว่า มีแนวทางอะไรที่จะคลี่คลาย หรือผ่อนหนักเป็นเบาหลังจากนี้หรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า คงไม่มีแล้ว เรื่องคงจบแค่นี้ เพราะศาลปกครองสูงสุดตัดสินออกมาแล้ว ซึ่งหลังจากนี้คงต้องหารือกับนักกฎหมาย เพื่อตั้งกรรมการสอบสวนหาตัวผู้ที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ หรือตามระเบียบราชการคือหาผู้รับผิดทางละเมิด ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ได้รายงานในเรื่องดังกล่าวด้วยวาจากับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรฯ แล้ว แต่ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด
ส่วนสภาพระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่านเป็นอย่างไรยังใช้ได้อยู่หรือไม่นั้น นายวิเชียรกล่าวว่า หลังจากมีคดีเกิดขึ้น ทางกิจการร่วมค้าเป็นผู้ดูแล คพ.ไม่ได้เข้าไปดูแล แต่หลังจากที่ศาลตัดสินแล้ว ถือว่าระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่านเป็นสมบัติของราชการ ซึ่งต้องเข้าไปตรวจสอบอีกทีว่าสภาพเป็น อย่างไร ใช้การได้อยู่หรือไม่ แต่คดีคลองด่านนั้นยังไม่ ยังเหลือการพิจารณาคดีอีก 2-3 คดี ที่สำคัญคือ คพ.ฟ้องคดีอาญาฐานเอกชนฉ้อโกงที่ดิน เพื่อใช้เป็นที่ก่อสร้าง ซึ่งน่าจะตัดสินในอีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้า
สำหรับคดีมหากาพย์โครงการออกแบบรวมก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ จ.สมุทรปราการ ในครั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ให้ออกแบบและก่อสร้าง เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2540 มีมูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น 22,949,984,020 บาท แบ่งเป็นเงินบาท 19,506,096,607 บาท และเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา 134,421,835 เหรียญ ทั้งนี้ คพ.โดยนายอภิชัย ชวเจริญพันธุ์ อธิบดี คพ.ในขณะนั้น ได้มีหนังสือเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2546 ให้กิจการร่วมค้ายุติการก่อสร้างใดๆ ในโครงการ เพราะสัญญาตกเป็นโมฆะ เนื่องจาก คพ.ได้ทำนิติกรรมโดยสำคัญผิดในตัวบุคคล ซึ่งเป็นสาระแห่งนิติกรรม และได้ยื่นฟ้อง บริษัทที่ 1-5 กับพวกต่อศาลแขวงดุสิตในปี 2547 ในความผิดฐานฉ้อโกง และศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อปี 2552 ว่ามีการทุจริตของข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ และกิจการร่วมค้า ดังนั้นสัญญาที่เกิดขึ้นดังกล่าว จึงเป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย โดยในขณะที่กิจการร่วมค้าได้ดำเนินโครงการไปแล้ว 98 เปอร์เซ็นต์ และเบิกเงินค่าจ้างไปแล้ว 17,045,889,431.40 บาท เป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ 121,343,886.19 เหรียญ เหลือค่างวดงาน 55-58 บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างจำกัด กับพวกรวม 6 คน ซึ่งเป็นผู้รับจ้างตามโครงการ จึงยื่นข้อเสนอ ข้อพิพาทต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการ เรียกค่า เสียหายต่อ คพ.เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2546
พันโทหนุ่มรูปหล่อร้อง ถูกปลอมเฟซบุ๊กไปเรียกส่วย-จีบสาว
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. พ.ท.วัชรกร หรือ เสธ.อ้น อ้นเงิน ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 4 อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าวประจำ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพหลอกจีบสาวในเฟซบุ๊ก หรือในสังคมออนไลน์หลายรูปแบบ โดย พ.ท.วัชรกร กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย หลังจากพบว่า มีรูปของตัวเองไปปรากฏในไลน์ เฟซบุ๊กและแอปพลิเคชั่นประเภทหาคู่ รวมทั้งโซเชียลมีเดียอื่นๆ อีกจำนวนมาก
พ.ท.วัชรกร เปิดเผยว่า เพิ่งทราบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดี แอบอ้างโซเชียลเหล่านี้ไปก่อกวน หาประโยชน์ จนส่งกระทบกับตนเอง หลังจากที่ผู้บังคับบัญชาเรียกไปสอบถาม เพราะถูกร้องเรียนในทำนองว่า ตนพาพวกไปหาประโยชน์จากร้านจำหน่ายอาวุธปืนย่านวังบูรพา จึงรู้ว่ามีโซเชียลปลอมหลายตัว และปัญหาที่ได้รับผลกระทบในขณะนั้น ได้ชี้แจงจนผู้บังคับบัญชาเข้าใจ จึงรู้ว่าผู้ถูกร้องเรียนไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง และเฟซบุ๊กนั้น ก็เป็นของปลอม ซึ่งตัวตนที่ใช้เฟซบุ๊กจะใช้ในชื่อ "Aon N Wolf Man" พร้อมทั้งมีเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อเรียบร้อย ส่วนที่ปรากฏภาพและชื่อในเฟซบุ๊กอื่นๆ นั้นปลอมทั้งหมด
"เฟซบุ๊กปลอมได้ก๊อปปี้ภาพ ที่ผมอัพโหลดไว้ในอัลบั้มส่วนตัวใช้ทั้งหมด เพื่อให้เพื่อนผู้หญิงเข้าไปพูดคุย คนที่แฮกเฟซบุ๊กก็เริ่มสวมรอยเป็นตัวผม แต่เมื่อไปดูข้อมูลส่วนตัวที่แสดงไว้นั้น ไม่ใช่ ผิดทั้งหมด เช่นการระบุว่าเป็นเหล่าทหารราบ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ผมเป็นทหารปืนใหญ่ นอกจากนั้น ยังมีแอปพลิเคชั่นหาคู่นำภาพผม ไปอวดจีบสาวอีก จึงขอให้ผู้ที่กระทำการไม่ประสงค์ดีเช่นนี้ ให้ยุติการกระทำ เพราะไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย ขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อดำเนินการอยู่" พ.ท.วัชรกร กล่าว
พ.ท.วัชรกร กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ 3-4 เดือนมาแล้ว มีเพื่อนไปเจอเฟซบุ๊กที่ปลอมขึ้นมาแล้วมาบอกตน และตนยังไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ เพราะคิดว่า ถ้าแจ้งความไปแล้ว คงไม่มีความคืบหน้าในการหาตัว ผู้ที่เอาตนไปแอบอ้าง แต่ตนให้เพื่อนที่เป็นเพื่อนกับผู้แอบอ้างเช็คอยู่ว่า บุคคลรายนี้เป็นใคร ซึ่งเมื่อรู้ตัวตนที่แท้จริงแล้ว จะดำเนินการในขั้นตอนของกฏหมายแน่นอน เพราะเอาภาพของตนเข้าไปทำสิ่งต่างๆ หลายอย่าง
"คนที่เปิดเฟซบุ๊กปลอมยังแอบอ้าง พาพวกไปปิดร้านปืนแห่งหนึ่งในกทม. ข่มขู่เอาทรัพย์สินของเขาไป แล้วยังบอกว่าถ้าจะเอาคืนให้เอาเงินมาไถ่ถอน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ มันทำให้ผมมีมลทิน เกิดความเสียหาย จนถูกผู้บังคับบัญชาตั้งกรรมการสอบสวนจนเป็นเรื่องใหญ่โตมาแล้ว แต่หลังมีการสอบสวนแล้วผลออกมาปรากฏว่า ผมไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้จริงๆ แต่มีคนเอาภาพผมไปแอบอ้าง ซึ่งการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว" พ.ท.วัชรกร กล่าว
เสธ.อ้น กล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนขอให้เพื่อนหญิงคนหนึ่ง เข้าไปคุยในเฟซบุ๊กกับบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นตน พูดคุยพร้อมทั้งขอเบอร์โทรศัพท์มือถือและนัดพบ แต่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวไม่ยอมให้เบอร์มือถือ แต่จะทำทีจีบสาวอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วยังมีการส่งของลับให้ นอกจากนั้น ยังใช้ภาพถ่ายของตนไปประกาศหาคู่ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตนเป็นอย่างมาก
"บางครั้งก็ทำให้เกิดความเครียดเหมือนกัน แต่ผมได้ประกาศไปทางเฟซบุ๊กของผมไปแล้ว พร้อมทั้งขอให้สื่อช่วยอีกทางหนึ่ง เพื่อให้ผู้แอบอ้างชื่อ อย่าทำความเสียหายให้กับผมอีกเลย และหากทราบว่าคนนั้นเป็นใคร ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และขอประกาศด้วยว่า ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไปเรียกรับผลประโยชน์หรือหลอกลวงหญิงสาวแต่อย่างใด" พ.ท.วัชรกร กล่าว
โลมาตายเกยหาดปากพนังตัวที่2
มื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสันติ นิลวัตร นักวิชาการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง จังหวัดสงขลาว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากนางอาภร เจริญผล ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชว่าพบซากโลมาเกยตื้นตายบริเวณชายฝั่งทะเล หมู่ 6 ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบซากโลมาหลังโหนก เพศเมีย น้ำหนักประมาณ 160 กก. ยาว 2.43 เมตร ตรวจสอบภายนอกไม่พบร่องรอยติดอวน โลมามีสภาพเน่าแฟะ ท้องแตก ฟันสึกกร่อนเกือบทุกซี่ โดยเฉพาะปลายขากรรไกรบน และล่างฟันสึกเหลือแต่ตอฟัน แสดงว่าเป็นโลมาที่มีอายุมาก จากการผ่าตรวจภายในเบื้องต้นทางเดินอาหาร และทางเดินหายใจไม่พบก้อนน้ำมันหรือสิ่งผิดปกติ แต่พบก้างปลาที่ยังไม่ย่อย ส่วนอวัยวะอื่น ๆ เน่าแฟะไม่สามารถตรวจสอบได้ คาดว่าตายประมาณ 3-4 วัน จึงยังไม่สามารถสรุปหาสาเหตุการตายของโลมาดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตามช่วงเกิดเหตุมีคลื่นลมแรง หากโลมาตัวใดมีอาการป่วยก็อาจทนต่อสภาพของคลื่นลมดังกล่าวไม่ไหวก็เป็นได้ เพราะก่อนหน้านี้ ก็มีการพบซากโลมาเกยตื้น ลักษณะนี้เช่นเดียวกันนี้มาแล้ว 1 ตัว ทำให้ชาวบ้านยังคงสงสัยในสาเหตุการตายของโลมาดังกล่าว เพราะไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นสัตว์น้ำเกยตื้น ไม่ว่าเป็นหรือตาย ขอให้รีบแจ้งมายังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทางโทรศัพท์หมายเลข 090-9252530 เพื่อเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือได้ทันท่วงที.
รวบหนุ่มเชียงใหม่ชู3นิ้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. พ.อ.โพคา จอกลอย หน.หน่วยข่าว มทบ.33 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร สห.จากค่ายกาวิละ พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค์ สว.สส.สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ เดินทางไปยังบ้านพักของกลุ่มบุคคลที่เคยไปชูสามนิ้วเป็นสัญญาลักษณ์ต่อต้านเผด็จการบริเวณประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นก็นำไปโพสต์ขึ้นทางโซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์หน้าเพจเฟซบุ๊ก โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายษิณะพันธ์ เกิดสนอง อายุ 31 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ อาชีพพนักงานโรงแรมในเชียงใหม่ และนายดำนาย ประทานัง อายุ 41 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ อาชีพนักเขียนเรื่องสั้นอิสระ เพื่อไปพูดคุยปรับทัศนะคติทางการเมือง รวมทั้งลงบันทึกประจำวัน ถ่ายรูปทำประวัติเก็บไว้ ที่สภ.เมือง ต.พระสิงห์ อ.เมืองจ.เชียงใหม่
พ.ต.ท.ไกรศรี กลาวว่า สำหรับกลุ่มบุคคลที่โพสต์ภาพดังกล่าวในสื่อออนไลน์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารได้ดำเนินการเชิญตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว 1 คนคือนายนิติพงศ์ สำราญคง เจ้าหน้าที่จำหน่ายยา รพ.เอกชนในเชียงใหม่ และวันนี้ก็เชิญตัวมาอีก 2 คน เพื่อชี้แจ้งให้เข้าใจถึงการกระทำที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงทางสังคม ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าใจ และยืนยันจะไม่ทำอีก โดยมีการลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนที่จะปล่อยตัวทั้งหมดกลับไป สำหรับทั้ง 3 คนนั้นให้การรับสารภาพว่า ที่ทำเพื่อเลียบแบบหนังดัง The Hunger Games จึงกระทำขึ้นมาเพราะนึกสนุก ไม่ได้คิดเป็นอื่นซึ่งหลังทำความเข้าใจก็ปล่อยตัวทั้ง 3 คนไป.
เผาแล้วเหยื่อฆ่ายัดกระเป๋าทิ้งแม่กลอง ลูกสาวยันจะตั้งใจเรียนเพื่อให้แม่ที่ไปอยู่บนสวรรค์ดีใจ
เวลา 13.30 น.วันที่ 22 พ.ย.57 ที่วัดบ้านพอก ต.ไพร อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ได้มีการจัดพิธีฌาปนกิจศพของน.ส.ลักษมี หรือ ปุ๊ก มะโนชาติ อายุ 31 ปี ซึ่งถูกฆาตรกรโหดฆ่าบีบคอแล้วยัดศพใส่กระเป๋าเดินทางสีแดง ทิ้งลงในแม่น้ำที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีญาติพี่น้องและชาวบ้านมาร่วมงานศพจำนวนมาก โดย นางสัด มะโนชาติ และ ด.ญ.ลักขณา มะโนชาติ นั่งกอดรูปภาพของ น.ส.ลักษมี ด้วยอาการเศร้าโศกเสียใจสุดขีด ซึ่งการจัดพิธีศพเป็นไปอย่างเรียบง่ายตามแบบชนบท มีนางเพ็ญศรี นนทะชาติ ผอ.ร.ร.บ้านพอกวิทยา มาเป็oประธานในพิธีฌาปนกิจศพ และนายบุญชอบ ติงสะ ผู้ใหญ่บ้านบ้านพอก พร้อมด้วย คณะครู และชาวบ้านมาร่วมพิธี
นางสัด มะโนชาติ อายุ 60 ปี มารดาของ น.ส.ลักษณี กล่าวว่า ตนเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ลูกสาวของตนเป็นเสาหลักของครอบครัว ไปหาเงินมาจุนเจือครอบครัวให้ประทังชีวิตไปวัน ๆ เท่านั้น ฆาตรกรที่ฆ่าลูกเป็นคนที่ใจคอโหดร้ายเกินมนุษย์ ตนอยากฝากขอวอนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งติดตามจับกุมฆาตกรโหดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วนที่สุด และขอให้ลงโทษฆาตรกรโดยการประหารชีวิต แม้ว่าอาจจะเป็นชาวต่างชาติก็ต้องรับโทษสถานหนัก เพราะใจคออำมหิตมาก ที่ฆ่าได้แม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
ด.ญ.ลักขณา มะโนชาติ อายุ 12 ปี ลูกสาว กล่าวว่า แม่จะโทรศัพท์ มาคุยด้วยตลอด รวมทั้งจะฝากเงินมาให้ตนไปโรงเรียน โดยฝากมาทางน้าสาว ตนเสียใจมากที่แม่ถูกฆ่าตาย ตนจะตั้งใจเรียนหนังสือ เพื่อให้แม่ที่ไปอยู่บนสวรรค์แล้วดีใจ เพื่อจะได้เห็นความสำเร็จของลูกสาวคนเดียว
ด้าน น.ส.วิสาขา มะโนชาติ อายุ 27 ปี น้องสาวของผู้ตาย กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากพี่เอ๋ เพื่อนของ น.ส.ลักษมี ว่า มีศพผู้หญิงถูกฆ่าที่ จ.กาญจนบุรี อาจจะเป็นพี่สาวของตน ดังนั้น จึงได้เดินทางไปดูศพ และพบว่าที่ฟันซึ่งเป็นเขี้ยวมีเพชรแบบแฟชั่นติดอยู่ และที่บริเวณสะดือที่เจาะเป็นรู รวมทั้งกระเป๋าใส่เงินที่พี่สาวของตนใช้เป็นประจำ ก็อยู่รวมกันด้วย จึงเชื่อมั่นว่า เป็นพี่สาวของตนอย่างแน่นอน ซึ่งสภาพศพไม่มีรอยบาดแผลแต่อย่างใด มีเพียงรอยเขียวช้ำที่บริเวณลำคอ ลักษณะเป็นการถูกบีบคอให้ขาดใจตาย ซึ่งแพทย์ รพ.ตำรวจ ได้ลงความเห็นว่า เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ส่วนทรัพย์สินภายในห้องพักของพี่สาว ทางตำรวจได้เก็บเอาไว้ตรวจสอบ เพื่อหาร่องรอยเบาะแสของคนร้าย
น.ส.วิสาขา กล่าวต่อไปว่า ปกติแล้วพี่สาวของตนไม่เคยมีเรื่องราวกับใคร เป็นคนอารมณ์ดี คุยสนุกสนาน และจะทำงานหาเงินส่งมาให้แม่กับลูกสาวได้ใช้จ่าย เมื่อตนทราบข่าวว่า พี่สาวถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ทำให้ตนเสียใจมาก ขอวอนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ขอให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยด่วนด้วย ตนเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างแน่นอน
ชาวเน็ตแห่ดู คลิปดังคนขับรถไฟไทย ลำบากใจเหมือนกัน
(22 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังให้ความสนใจคลิปวิดีโอของพนักงานขับรถไฟ ระหว่างที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ขับขบวนรถไฟอยู่ย่านใจกลางเมือง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ให้คำตอบคนทั่วไปว่า เหตุใดรถไฟไทยถึงล่าช้า
ตามรายงานระบุว่า คลิปวิดีโอชื่อ "รถไฟไทย" โดยสมาชิกเว็บไซต์ยูทูปชื่อ Kiti Suree ได้โพสต์เผยแพร่เอาไว้ ความยาวประมาณ 3 นาที ถูกนำไปเผยแพร่ต่อตามเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดังหลายแห่ง ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากได้ชมและแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา
คลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพมุมมองจากพนักงานขับรถไฟที่หัวจักรรถไฟ เริ่มต้นคลิปได้มีกล่าวแนะนำว่า "วันนี้ผมจะพาท่านไปพบกับดินแดนสุดหรรษาครับ" รถไฟกำลังขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ตามทางรถไฟย่านใจกลางเมือง ท่ามกลางบ้านเรือนชุมชนแออัดทั้งสองข้างทาง ซึ่งพนักงานขับรถไฟระบุว่า ในจุดนี้รถไฟจะขับเคลื่อนไปได้แค่ความเร็ว 10-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย
เมื่อขบวนรถไฟขับไปตามทางได้อีกเล็กน้อย พนักงานขับรถไฟแจ้งว่า ข้างหน้าเป็นถนนจุดตัดทางรถไฟอันน่าพิศวง จำเป็นต้องเปิดหวูดรถไฟเสียงดัง ติดต่อกันหลายครั้ง เพื่อเป็นสัญญาณเตือนว่าขบวนรถไฟกำลังจะผ่านมา เมื่อใกล้ถนนจุดตัดทางรถไฟ พนักงานต้องลดความเร็วให้ต่ำที่สุด เพราะข้างหน้ายังคงมีรถบรรทุก รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ วิ่งตัดหน้ารถไฟอย่างขวักไขว่ เนื่องจากเป็นจุดตัดที่ไม่มีสัญญาณเครื่องกั้นใดๆ ก่อนที่ขบวนรถไฟจะขับผ่านไปได้อย่างช้าๆ และปลอดภัย กระทั่งเข้าสู่คลังน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของขบวนรถไฟ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มีการแชร์คลิปวิดีโอดังกล่าว มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนไม่รู้สึกประหลาดใจว่า เหตุใดรถไฟไทยจึงล่าช้าและเสียเวลา อีกทั้งพนักงานขับรถไฟยังต้องใช้สติและความสามารถของตัวเองขับไปตามเส้นทางในเมือง แต่ก็ยังคงมีความหวังให้รถไฟเกิดความพัฒนามากยิ่งขึ้นกว่านี้
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ขโมยรถน้ำแข็งขับหนีประชดเมีย
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ร.ต.อ.โชตินิมิต แก้วมณี รอง สวป.สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ สกัดจับได้ นายทศพร ศรีบอ อายุ 25 ปี หลังก่อเหตุลักรถกระบะส่งน้ำแข็ง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 8550 เพชรบูรณ์ ได้ที่ด้านหน้าโรงงานหีบฝ้าย ริมถนนสายหล่มสัก-หล่มเก่า เขตเทศบาลหล่มสักหลังขับรถที่ขโมยมาขับย้อนศรจนปีนข้ามเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่ตรวจตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ 269 มิลลิกรัม
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ถูกภรรยาด่าว่า ชอบดื่มเหล้าเมาทุกวัน ก่อนเกิดเหตุเห็นพนักงานของโรงงานโพโลลิส หล่มสัก บรรทุกน้ำดื่มและน้ำแข็งมาจอดสตาร์ทรถทิ้งไว้ จึงประชดและระบายความเครียด กระโดดขึ้นขับรถออกไป ไม่ได้มีเจตนาที่จะขโมยรถ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางวัน ขับรถยนต์ขณะเมาสุรา ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป..
เหลือม 30 โลเขมือบเหมียว 2 ตัว
วันนี้ (21 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งนางจินตนา โพธิทรัพย์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/76 หมู่ที่ 1 ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ว่า งูเหลือมเลื้อยเข้าบ้าน จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม จ.ชลบุรี ช่วยกันจับงูเหลือมเพศเมียยาวกว่า 4 เมตร น้ำหนักประมาณ 30 กก. ใส่กระสอบปุ๋ยด้วยความทุลักทุเลไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าได้กินแมวสีสวาทที่เจ้าของเลี้ยงไว้ 2 ตัว จนไม่สามารถเลื้อยไปไหนต้องนอนขดอยู่นิ่งๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป.
พลัดพราก 54 ปี ลูกตามหาแม่เจอ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่ร้านอาหารตามสั่งไม่มีเลขที่ ภายในซอยหัชนานิเวศหลังโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต นายเชิดชัย ปัถมยุตานนท์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้พานาง Kimberley Ferreive อายุ 54 ปี สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ พร้อมนาย Carlos Alberto สามี เดินทางมาตามหานางยกเลี่ยน จันทร์แก้ว อายุ 79 ปี มารดาชาวไทยที่พลัดพรากกันมากว่า 50 ปี หลังจากนางยกเลี่ยนมารดาและผู้เป็นพ่อแท้ๆ ชาวอังกฤษยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของเพื่อนชาวอังกฤษ หลังคลอดนาง Kimberley Ferreive ได้เพียง 6 เดือน เนื่องจากฐานะทางครอบครัวไม่ค่อยดี
เมื่อนาง Kimberley Ferreive ได้พบหน้ามารดาเป็นครั้งแรกถึงกับดีใจน้ำตาไหลพรากพร้อมโผเข้ากอดนางยกเลี่ยนผู้เป็นมารดามา ขณะที่นางยกเลี่ยนเองก็ดีใจน้ำตาซึมเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอลูกสาวที่พลัดพรากกันมากว่า 54 ปี ก่อนจะนำเอกสารใบสูติบัตร แสดงหลักฐานการเกิด ระบุชื่อ ด.ญ.ตุ๊กตา จันทร์แก้ว เกิดเมื่อ 23 พ.ย. 2503 บ้านเลขที่ 139 ถนนราษฎร์บำรุง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมหนังสือเดินทางที่พ่อแม่บุญธรรมเก็บรักษาไว้
นาง Kimberley เล่าว่า ขณะนี้ตนเองได้ทำงานอยู่บริษัทรถโดยสารแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน ประเทศอังกฤษ และก่อนหน้าที่จะมาตามหา ได้มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานี พร้อมนำเอกสารใบสูติบัตรแสดงหลักฐานการเกิดไปให้นายทะเบียนท้องถิ่นตรวจสอบ ก่อนได้รับคำแนะนำว่าให้เดินทางไปที่อำเภอตามที่ระบุ ตนจึงเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอ ตะกั่วป่า ทางเจ้าหน้าที่อำเภอได้ประสานไปยังท้องถิ่น จึงทราบว่ามารดาได้ย้ายมาที่ จ.ภูเก็ต ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะช่วยตามหาจนทราบที่อยู่ จึงเดินทางมาพบในวันนี้ และรู้สึกดีใจที่แม่ผู้ให้กำเนิดยังมีชีวิตอยู่และหากเป็นไปได้ต้องการจะพาแม่ไปอยู่ด้วย
นาง Kimberley กล่าวต่อว่า ตนเองได้ไปอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะไปที่ประเทศอเมริกาและไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษจนถึงปัจจุบัน และทราบข่าวว่าผู้เป็นพ่อแท้ๆ ชาวออสเตรเลียได้เสียชีวิตไปเมื่อปี 1999
ด้านนางยกเลี่ยน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่สูกสาวของตนซึ่งไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอกันอีกจะติดตามหาจนได้พบกัน ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะพลัดพรากกันกว่า 50 ปี แล้วก็ตาม ตนเองก็ยังรู้สึกคิดถึงเสมอ วันนี้ได้พบกันจึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิต พร้อมเล่าต่อว่า นาง Kimberley หรือ ด.ญ.ตุ๊กตา นั้นเป็นลูกของตนกับผู้จัดการเรือขุดแร่ชาวออสเตรเลีย ขณะที่ตัวเองทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ในบ้านของเขาใน อ.ตะกั่วป่า แต่สามีคนดังกล่าวมีภรรยาอยู่แล้ว ตนจึงให้พี่ชายรับเป็นพ่อแทน และเหตุผลที่ต้องยกลูกสาวให้กับพ่อแม่บุญธรรมไป เนื่องจากฐานะทางครอบครัวขณะนั้นไม่ดีจึงต้องตัดสินใจให้ลูกอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม ซึ่งเป็นวิศวกรขุดแร่ชาวอังกฤษที่ตนและสามีไว้ใจ ตอนนี้หากลูกสาวขอให้ไปอยู่ด้วยที่อังกฤษนั้นคงไม่สะดวกเพราะทางนี้ก็มีลูกๆ และครอบครัวที่ต้องดูแลกัน แต่ถ้าให้ไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมเป็นพักๆ นั้นตนเองก็ยินดี.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















.jpg)



