กดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจ เอ้ากดเลย?(*^ – ^*)?
?(*^ – ^*)?
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
มท.2 ห่วงปชช.ไม่มีน้ำประปาใช้ เร่งขยายพื้นที่ให้บริการ
มท.2 ห่วงปชช.ที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ทุ่มงบปี 2558 กว่า 200 ล้าน เร่งเครื่องขยายพื้นที่ให้บริการน้ำประปาให้กับเขตกทม.และปริมณฑลรอบนอก โดยเฉพาะหน้าแล้งที่ขาดแคลนน้ำ
วันที่25พ.ย.นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้การดำเนินงานตามโครงการ “ลดความเหลื่อมล้ำ แบ่งปันความสุข” ของกระทรวงมหาดไทย
ตนในฐานะที่กำกับดูแลการประปานครหลวง (กปน.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีหน้าที่ให้บริการน้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภคแก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงได้มอบหมายให้การประปานครหลวง เร่งรัดดำเนินการขยายบริการน้ำประปาให้ทั่วถึงโดยเฉพาะในเขตรอบนอกกรุงเทพมหานคร แม้ว่า ขณะนี้ประชาชนในเขตชุมชนเมืองจะเข้าถึงบริการน้ำประปาที่สะอาดได้ถึงร้อยละ 99 แล้วก็ตาม แต่พื้นที่รอบนอกบางส่วน ก็ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ต้องอาศัยใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือ บ่อบาดาล และขณะนี้กำลังย่างเข้าสู่ฤดูแล้งแหล่งน้ำธรรมชาติน้ำเริ่มแห้งขอด บางแห่งบ่อบาดาลก็เกิดปัญหาบางชุมชนต้องทนใช้แหล่งน้ำธรรมชาติที่ด้อยคุณภาพ และต้องหาซื้อน้ำสะอาดสำหรับการบริโภคในราคาสูง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดน้ำกินน้ำใช้
โดยให้การประปานครหลวง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร เร่งดำเนินการวางท่อจ่ายน้ำไปสู่พื้นที่ที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้โดยเร็ว ซึ่งในปีนี้การประปานครหลวงได้เตรียมงบประมาณสำหรับวางท่อช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้ไว้แล้ว 200 ล้านบาท โดยจะร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นออกค่าใช้จ่ายวางท่อคนละครึ่ง ส่วนจะวางท่อพื้นที่ใดนั้นกรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล จะเป็นผู้พิจารณาเลือกเส้นทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะช่วยในกลุ่มที่ขาดแคลนน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใช้การไม่ได้ หรือบ่อบาดาลก่อนเป็นอันดับแรก หรือ มีจำนวนผู้ได้รับความเดือดร้อนมากก่อน คาดว่าปีนี้จะช่วยให้ประชาชนอีก 3,000 ครอบครัว หรือประมาณ 13,000 คน ให้ได้มีน้ำประปาที่สะอาดดื่มได้และราคาถูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีเท่าเทียมกับคนในชุมชนเมืองตามนโยบาย ของรัฐบาล
รมช.มหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยตระหนักอย่างยิ่งถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีน้ำประปาใช้ และมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการของรัฐอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม
ครม. อนุมัติเพิ่มเบี้ยคนพิการ เป็น 800 บาทต่อเดือน
ผลการประชุม ครม.มีมติ อนุมัติเพิ่มเบี้ยคนพิการ เป็น 800 บาทต่อเดือน เริ่มงบฯ ปี 58 พร้อมเห็นชอบ ก.อุตสาหกรรม ยกเว้นค่าธรรมเนียม พ.ร.บ.โรงงาน 2535 ในนราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา...
วันที่ 25 พ.ย. ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ ในการเพิ่มอัตราเบี้ยความพิการให้แก่คนพิการจากเดิมรายละ 500 บาท เป็นรายละ 800 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 58 เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ยังได้อนุมัติการถอนถ้อยแถลงตีความข้อ 18 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ และอนุมัติในหลักการอัตรากำลังข้าราชการประจำศูนย์บริการคนพิการระดับ จังหวัด ทั่วประเทศ ศูนย์ละ 2 อัตรา
ทั้งนี้ พล.ต.สรรเสริญ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีมติเห็นชอบในหลักการให้กระทรวงอุตสาหกรรมยกเว้น ค่าธรรมเนียมตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา รวม 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.58 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.62 พร้อมกันนี้ ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา พ.ศ. .... และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้
โดยสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เรียกเก็บตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ได้แก่ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขยายโรงงาน ใบแทนใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตที่เรียกเก็บในวันที่ออกใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขยาย โรงงาน ใบแทนใบอนุญาตหรือยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต แล้วแต่กรณี และค่าธรรมเนียมรายปีที่เรียกเก็บตามกำหนดเวลาที่ต้องชำระในระหว่างปี 58 ถึงปี 62 แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา
บิ๊กตู่เตือนยิ่งลักษณ์ ระวังปาก!
เดี๋ยวไม่ได้ไปต่างประเทศ ห้ามทำ-ธุรกรรมการเงิน
“บิ๊กตู่” ตอบโต้ “ปู” ขยับปากวิจารณ์ คสช.ยึดอำนาจ ขู่ถ้าทำให้วุ่นวายระวังบินไปนอกไม่ได้ อาจถึงห้ามทำธุรกรรมการเงิน อยากระบายให้พูดอยู่ในบ้าน ลั่นไม่เคยกลัวแต่อย่ามาต้าน ระบายกลางวง ครม.สั่งคุมเข้มพวกใช้ปาก ขยายความขัดแย้ง ทหารมั่นใจมีคนชอบมากกว่าต้าน ภาคเหนือเริ่มขยับต้านรัฐประหารที่ มช.-แม่โจ้ โปรยใบปลิวอีกที่ มศว ประสานมิตร สปช.รับลูกเตรียมตั้งเวทีฟังความเห็นนักศึกษา “มีชัย วีระไวทยะ” ดึงเยาวชนทุกกลุ่มร่วมให้ความเห็น กมธ.ปฏิรูปสื่อระดมสมอง หนุนผุดองค์กรควบคุมจริยธรรม แต่ไม่อยู่ใต้อำนาจรัฐ กกต.ขอคงอำนาจให้ใบเหลือง-แดง รื้อที่มา ส.ส.-ส.ว.ใหม่ นายกฯแย้มมีเซอร์ไพรส์ ทุกกระทรวงจัดแคมเปญของขวัญปีใหม่
หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ท่ามกลางการเคลื่อน ไหวต่อต้าน คสช.ของกลุ่มนักศึกษา ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. งัด ไม้แข็งขึ้นมาขู่ ระวังถูกห้ามบินไปนอกและห้ามทำธุรกรรมการเงิน
วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
นายกฯถกครม.แล้ว-ชาวสวนบุกทำเนียบร้องถอนพรบ.ยาง
นายกรัฐมนตรี ถก ครม. แล้ว คุย BOI บ่าย ขณะ ก.อุตฯ จ่อชง ครม. เว้นค่าธรรมเนียมผู้ประกอบการโรงงาน - กษ. ปรับเพิ่มราคาน้ำนมดิบ ขณะที่ ชาวสวนยาง บุกทำเนียบ ร้องถอน พ.ร.บ.ยาง ออกจาก สนช.
บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ล่าสุด ในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เดินเท้าจากตึกไทยคู่ฟ้า มาที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยสำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจในวันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน ซึ่งโรงงานตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา พ.ศ. ... กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนด เขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในท้องที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา พ.ศ. ... รวม 2 ฉบับ ขณะที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอขออนุมัติปรับเพิ่มราคาน้ำนมดิบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโคนม โดยปรับราคาจากกิโลกรัมละ 19.20 บาท เพิ่มอีก 2.30 บาท เป็นกิโลกรัมละ 21.50 บาท
อย่างไรก็ตาม ในเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ตึกสันติไมตรี
ชาวสวนบุกทำเนียบร้องถอนพรบ.ยางจากสนช.
แนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง นำโดย นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงาน เดินทางมาที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ถอนร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย ออกจากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจาก พ.ร.บ.นี้ ร่างโดยนักวิชาการ ข้าราชการ และนักการเมือง โดยเกษตรกรชาวสวนยางไม่มีส่วนร่วมในการยกร่าง ซึ่งหากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช.และประกาศบังคับใช้ จะสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรชาวสวนยางอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลดำเนินการถอนร่าง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย ออกจากการพิจารณาของ สนช. ทันที ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่ถอน พ.ร.บ.ดังกล่าว ภายในวันที่ 25 ธันวาคม นี้ จะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องต่อไป
ด้าน นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้รับหนังสือ กล่าวว่า จะมีมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางใน 16 มาตรการเดิม และจะส่งเสริมให้ชาวสวนยาง ประกอบอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้นอกเหนือจากการทำสวนยาง ขณะเดียวกัน จะให้ชาวสวนยางเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการในการแก้ไขกฎหมายตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยฉบับนี้ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปร่วมกัน
ตร.ล่ามือโปรยใบปลิวโจมตี คสช. เกลื่อนราชดำเนิน
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงกรณีที่มีผู้นำใบปลิวโจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มาโปรยที่ถนนราชดำเนิน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและติดตาม รวมถึงต้องตรวจสอบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งหากใครทำผิดก็จะต้องดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ มองว่าเป็นข้อคิดเห็นของบุคคลที่ยังไม่เข้าใจรัฐบาล ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินงานให้เข้าสู่ขั้นตอน และประคับประคองสถานการณ์ต่างๆ จึงอยากขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะกับกลุ่มนักศึกษา ส่วนกรณีที่มีบุคคลบางส่วนใช้สัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ตามแบบภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเพื่อต่อต้าน คสช. นั้น ถือว่าเป็นการแสดงออกที่เล็กน้อย แต่คงไม่เหมาะสม
ขณะที่ทางด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ได้เร่งตรวจสอบหาผู้ที่นำเอาใบปลิวต่อต้านดังกล่าวมาก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจดูภาพกล้องวงจรปิด บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่ง ขับเข้าโค้งอนุสาวรีย์ฯ ก่อนจะโปรยใบปลิวลงมาเกลื่อนถนน และขับมุ่งหน้าไปทางถนนราชดำเนินนอก
ผบ.ตร.แถลงจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ พร้อมพวก
แถลงข่าวการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จาก 11 สถานที่พบตู้เซฟฝังดินห้องเก็บทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล
(25 พ.ย.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผบ.ตร. แถลงข่าวการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัศ ฉายาพันธุ์ พร้อมพวก โดยเปิดเผยว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญและละเอียดอ่อน บางครั้งไม่อาจเปิดเผยหรือรายละเอียดในเชิงลึกได้ หากคำถามใดที่สื่อต้องการทราบในกรณีถ้าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ขอไม่นำมาเปิดเผย อันไหนบอกได้จะบอก
หลังจากที่ได้ดำเนินการสืบสวนตามคำร้องเรียน และออกคำสั่งให้ผู้กระทำมาช่วยราชการตามที่รับทราบกันแล้ว เริ่มกันในวันที่ 22 พ.ย. ได้มีการขออนุมัติหมายจับจากศาลทั้งสิ้น 10 คน คือ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุุ์
ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 1-8 ได้รับมอบตัวมาเมื่อวันที่ 22 พ.ย. จากการควบคุมตัวตามประกาศกฎอัยการศึก ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมในเวลาต่อมา
ส่วนผู้ต้องหาลำดับที่ 9-10 ได้มีการจับกุมตัวได้ในวันต่อมา โดยในวันที่ 23 ได้มีการขออนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 2 คน คือ นายชอบ ชินนะประภา และนางปิยพรรณ ชินนะประภา ในข้อหาผิด พรบ.การฟอกเงิน ต่อมาในวันที่ 24 พ.ย. ได้จับกุม นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช ที่อ.เมือง จ.เชียงราย ได้ควบคุมและแจ้งข้อหาเป็นที่เรียบร้อย
สุรปภาพการตรวจค้นและของกลางที่ตรวจยึดจากเครือข่าย ทั้งหมด 15 สถานที่
สถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มีทั้งหมด 11 จุด สามารถยึดตู้เชฟที่มีการฝังดินได้และมีการปิดบังอำพรางในบ้านย่านปากเกร็ด ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ พฤติกรรมพรางเพื่อไม่ให้เป็นจุดน่าสนใจ เจ้าหน้าที่ต้องเครื่องมือพิเศษบางอย่างในการเข้าค้น ซึ่งทรัพย์สินด้านในมีมูลค่ามากมายมหาศาล
นอกจากนี้ยังพบตู้นิรภัยที่มีประตูเหล็กกั้นถูกเก็บไว้อย่างดี เพื่อไม่ให้มีใครเข้าไปวุ่นวายในทรัพย์สิน และพบวัตถุโบราณจำนวนมากซึ่งจะต้องเชิญกรมศิลป์มาตรวจสอบ เป็นของแผ่นดินหรือไม่ และงาช้างที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงเงินสด ธนบัตรทั้งไทยและต่างประเทศ สแตมป์ทองคำหายากที่มีมูลค่าสูงมาก
ส่วนที่บ้านพักของ พล.ต.ต.โกวิท วงศ์รุ่งโรจน์ ที่เปรียบเสมือนเป็นขุดพลคู่ใจ ได้พบพระเครื่องจำนานมากและมีมูลค่ามหาศาล ยึดได้ที่เซฟเฮ้าส์ย่านมหาดเล็กหลวง
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เป็นคดีที่มีความสำคัญ มีความละเอียดอ่อนไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายละเอียดในเชิงลึกได้ทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
สุริยะใสชี้ยังมีกลุ่มต้านแนะครม.ฟังปชช.ปฏิรูป
'สุริยะใส' ชี้ 6 เดือน คสช. กลุ่มต้านยังเคลื่อนไหว แนะ ครม. ลงพื้นที่ฟังเสียง ปชช. ปฏิรูปประเทศ
นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ระบุว่า การเข้าบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แม้จะดูคลี่คลายเพราะกฎอัยการศึก แต่กลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองยังจับกลุ่มจับขั้วรอเคลื่อนไหวอยู่ เพราะยังไม่สามารถจัดการกับต้นเหตุความขัดแย้งได้จริง ในขณะที่ปัญหาปากท้องชาวบ้าน ค่าครองชีพยังสูง ราคาพืชการเกษตรตกต่ำทั้งระบบ ส่วนเรื่องการเมือง การจัดการกับต้นเหตุปัญหา การคอร์รัปชัน และการถอดถอน ยังไม่ชัดเจน
ซึ่งช่วงเวลาจากนี้ไปคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องลงพื้นที่มากขึ้น ไม่ใช่ฟังแต่กลไกราชการ ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ครม.สังคม ต่อเนื่อง พร้อมปรับกระบวนการปฏิรูปให้เป็นเวทีเปิด ดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วมให้กว้างขึ้น ผ่อนปรนกฎอัยการศึก ควรกระชับทิศทางและความเป็นเอกภาพมากกว่า
ผบ.ทบ.ยันฮ.ตกไม่ใช่ความบกพร่องนักบิน
'พล.อ.อุดมเดช' ยัน ฮ.ตก ไม่ใช่ความบกพร่องนักบิน ย้ำ ไม่ระงับใช้เบลล์ 212 จ่อประชุมแก้ปัญหาเรื่องอากาศยาน
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก กล่าวก่อนการเดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก จ.พะเยา ที่วัดคูหาสวรรค์ จ.พิษณุโลก ว่า ได้สั่งการให้ดูแลสิทธิ์กำลังพล การปูนบำเน็จ และสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลครอบครัวนายทหารที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ส่วนสาเหตุการตกนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นเรื่งของทัศนวิสัยหรือความบกพร่องของนักบิน แต่อาจเกิดจากตัวเครื่อง ซึ่งต้องใช้เวลาหาสาเหตุที่ชัดเจนอีกสักระยะ พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีการสั่งระงับการใช้เฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 แต่ให้มีการตรวจสอบทั้งหมดโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช ระบุว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องเฮลิคอปเตอร์ในเบื้องต้น ได้สั่งการให้นำเฮลิคอปเตอร์สมรรถนะสูง เช่น แบล็คฮอว์ค ไปประจำการในกองทัพภาคต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่เดินทางกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ได้สั่งให้มีการประชุมแก้ปัญหาเรื่องอากาศยาน ทั้งการซ่อมชิ้นส่วน และทดสอบสมรรถภาพของนักบิน และในอนาคตได้มีการพิจารณาจัดหาเฮลิคอปเตอร์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดมาเพิ่มเติมด้วย
ปนัดดามองชู3นิ้วไม่ควรนำมาใช้เพื่อแตกแยก
'ม.ล.ปนัดดา' มอง ชู 3 นิ้ว ตามหนังฝรั่ง ไม่ควรนำมาใช้เพื่อความแตกแยก ขณะ 6 ธ.ค. ฉายภาพยนตร์ 'ไทยนิยม' สร้างสามัคคี
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เพื่อต่อต้านรัฐบาลว่า ความจริงแล้วการชู 3 นิ้ว เป็นเพียงฉากหนึ่งของภาพยนตร์ฝรั่ง ไม่ควรจริงจังในการนำมาใช้เพื่อความแตกแยก พร้อมขอให้คนไทยพยายามทำความเข้าใจ
ส่วนที่ต้องเน้นย้ำถึงเรื่องค่านิยม 12 ประการ มองว่า เป็นคำสั่งสอนที่มีมายาวนานแล้ว แต่ถูกละเลยในการปฏิบัติ โดย นายกรัฐมนตรีได้รวบรวมและสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ไทยนิยม ซึ่งจะเปิดฉายในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ในวันที่ 6 ธ.ค. นี้ โดยเนื้อหาในภาพยนตร์จะสอนให้มีความรัก สามัคคี กตัญญูต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ รวมถึงชาติและพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นค่านิยมของไทยที่ต้องรักษาไว้
ผบ.ทบ.สั่งสอบใบปลิวต้านคสช.-ขอช่วยแจงคนคิดต่าง
ผู้บัญชาการทหารบก สั่งตรวจสอบใบปลิว ต้าน คสช. ติง ชู 3 นิ้ว ไม่เหมาะ ขอ ช่วยแจงคนคิดต่าง กำชับ ทภ. 3 เข้มดูแลสถานการณ์ ด้าน 'ปนัดดา' มองไม่ควรนำมาใช้เพื่อความแตกแยก ขณะ 6 ธ.ค.ฉายภาพยนตร์ 'ไทยนิยม'สร้างสามัคคี
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่มีผู้นำใบปลิวโจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มาโปรยที่ถนนราชดำเนิน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและติดตาม รวมถึงต้องตรวจสอบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งหากใครทำผิดก็จะต้องดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ มองว่าเป็นข้อคิดเห็นของบุคคลที่ยังไม่เข้าใจรัฐบาล ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินงานให้เข้าสู่ขั้นตอน และประคับประคองสถานการณ์ต่าง ๆ จึงอยากขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะกับกลุ่มนักศึกษา ส่วนกรณีที่มีบุคคลบางส่วนใช้สัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ตามแบบภาพยนต์เรื่องหนึ่งเพื่อต่อต้าน คสช. นั้น ถือว่าเป็นการแสดงออกที่เล็กน้อย แต่คงไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ พล.อ.อุดมเดช ระบุว่า ได้มีการกำชับทางกองทัพภาคที่ 3 ให้ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ให้เรียบร้อย หากนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปในพื้นที่ภาคเหนือ
'ปนัดดา'มองชู3นิ้วไม่ควรนำมาใช้เพื่อแตกแยก
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เพื่อต่อต้านรัฐบาลว่า ความจริงแล้วการชู 3 นิ้ว เป็นเพียงฉากหนึ่งของภาพยนตร์ฝรั่ง ไม่ควรจริงจังในการนำมาใช้เพื่อความแตกแยก พร้อมขอให้คนไทยพยายามทำความเข้าใจ
ส่วนที่ต้องเน้นย้ำถึงเรื่องค่านิยม 12 ประการ มองว่า เป็นคำสั่งสอนที่มีมายาวนานแล้ว แต่ถูกละเลยในการปฏิบัติ โดย นายกรัฐมนตรีได้รวบรวมและสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ไทยนิยม ซึ่งจะเปิดฉายในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ในวันที่ 6 ธ.ค. นี้ โดยเนื้อหาในภาพยนตร์จะสอนให้มีความรัก สามัคคี กตัญญูต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ รวมถึงชาติและพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นค่านิยมของไทยที่ต้องรักษาไว้
วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
โปรยใบปลิวต้าน คสช.ถนนราชดำเนิน-วินธัยยันคุมได้
รอง ผกก.ป. สน.สำราญราษฎร์ เผย มือมืดโปรยใบปลิว ต้าน คสช. บริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เก็บหมดแล้ว ด้าน พ.อ.วินธัย ระบุ คาดการณ์เอาไว้แล้ว ยืนยัน คุมได้
พ.ต.ท.อลงกรณ์ สดคมขำ รอง ผกก.ป. สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า เมื่อช่วงเช้ามืด วันนี้ (23 พ.ย.) ได้มีผู้นำเอาใบปลิว มีข้อความต่อต้านการทำงานของ คณะรักษาความสงบ หรือ คสช. มาโปรยไว้ที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใกล้กับวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ซึ่ง ทางตำรวจได้เก็บใบปลิวเหล่านั้นหมดแล้ว และจะได้เร่งหาตัวผู้ที่ทำมาโปรย เพื่อนำตัวมาลงโทษต่อไป
ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกกองทัพบกและทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเพิ่มเติม ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่กรณีการต่อต้านนั้น คสช. ได้คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าจะมีกลุ่มคนออกมากระทำลักษณะนี้ และยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
แกนนำชุมชน ขอกลุ่มค้านหยุดเคลื่อนไหว
มาสเตอร์โพล เผย แกนนำชุมชน ขอ กลุ่มค้าน รบ. หยุดเคลื่อนไหว เชื่อ ไม่รุนแรงบานปลาย อยากเห็นแก้ทุจริตคอร์รัปชั่น
ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน มาสเตอร์โพล เปิดเผยผลวิจัยเชิงสํารวจ แกนนํา 623 ชุมชน ระหว่างวันที่ 20-22 พ.ย. 2557 กับการออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการทํางานของ คสช. และรัฐบาลที่เกิดขึ้น พบว่า ร้อยละ 70.9 ยังไม่อยากให้ออกมาคัดค้าน อยากให้เวลารัฐบาลทํางานก่อน ขณะที่ ร้อยละ 29.1 มองว่า เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น เมื่อถามความขัดแย้งรุนแรงบานปลายในสังคมไทย ร้อยละ 62.3 มั่นใจว่าจะไม่เกิด เพราะปัญหาเริ่มคลี่คลายลงแล้ว พร้อมทั้งเชื่อมั่นในการทํางานของรัฐบาล และ คสช.
ทั้งนี้ ภูมิคุ้มกันที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงอีก ร้อยละ 81.9 ระบุว่า เป็นความจริงใจของรัฐบาล และ คสช. ด้านองค์กรที่คาดหวังในการสร้างความปรองดองของคนในชาติ ร้อยละ 97.0 เผยว่าคือ คสช. รองลงมา ร้อยละ 92.5 รัฐบาล นอกจากนี้ ร้อยละ 60.7 มีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุด ต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่มีต่อกลุ่มผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากเห็นและให้เกิดขึ้นในสังคมไทยในปี 2558 มากที่สุด ร้อยละ 84.9 ระบุว่า อยากเห็นรัฐบาลจัดการกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการต่าง ๆ
ดุสิตโพลค้านชู3นิ้วต้าน-NIDAชี้6ด.คสช.คนสุขเพิ่ม
สวนดุสิตโพล เผย ปชช. ระบุ น.ศ. ชู 3 นิ้ว ไม่เหมาะสม เชื่อ คสช.,รบ. ควบคุมสถานการณ์ได้ ขอ เร่งทำความเข้าใจ ด้าน นิด้าโพล ปชช. ระบุ 6 เดือน คสช. ทำคนไทยสุขเพิ่มขึ้น ประเทศสงบ ขอ ลุยแก้โกง ช่วยเกษตรกร
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สํารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,302 คน ระหว่างวันที่ 19 - 22 พ.ย. 2557 หลังนักศึกษา ม.ขอนแก่น บุกชู 3 นิ้ว ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยประชาชน ร้อยละ 79.26 สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ ไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ขณะที่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร้อยละ 56.61 มองว่า ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความปรองดองที่ คสช. และรัฐบาล พยายามสร้างอยู่ เพราะมั่นใจว่า คสช. และรัฐบาล สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่ต้องมีบ้าง
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ร้อยละ 50.69 ระบุว่า สถานการณ์การเมืองไทยยังเหมือนเดิม เพราะคนเบื่อปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง สนใจเรื่องความเป็นอยู่ปากท้องมากกว่า นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ 49.31 รู้สึกเฉย ๆ กับการกระทําข้างต้น เพราะเป็นเพียงกระแสช่วงหนึ่ง ยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของนักศึกษากลุ่มดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 71.89 เห็นว่า การประท้วงชู 3 นิ้ว แสดงให้เห็นว่า การรัฐประหารมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ควรเร่งชี้แจงทําความเข้าใจ
นิด้าโพล ปชช. ระบุ 6 เดือน คสช. ทำคนไทยสุขเพิ่มขึ้น
นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสํารวจความคิดเห็นของประชาชน 1,252 คน ระหว่างวันที่ 19 - 20 พ.ย. 2557 ในหัวข้อ "6 เดือน คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ" พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.28 ระบุว่า มีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่ออกมาดูแลความปลอดภัยในบางพื้นที่ ทําให้บ้านเมืองมีความสงบเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น และ คสช. มีมาตรการที่สามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ขณะประเด็นที่ทําให้มีความสุขมากที่สุด ร้อยละ 55.11 ตอบว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง รองลงมาคือ ร้อยละ 7.19 การจัดระเบียบสังคม ร้อยละ 5.51 การมุ่งแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น และ ร้อยละ 4.87 การแก้ไขปัญหาปากท้องเกษตรกร
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงเรื่องที่ยังไม่สามารถทําให้มีความสุข ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 28.43 มองว่า ไม่มีประเด็นใดที่ไม่มีความสุข ส่วนรองลงมา ร้อยละ 17.17 เผยว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม และ ร้อยละ 15.34 เผยว่า เป็นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชน
จรัสรับส่วนตัวเตรียมเสนอปฏิรูปส่วนท้องถิ่น2เรื่อง
'จรัส สุวรรณมาล' รับ ส่วนตัวเตรียมเสนอเรื่องปฏิรูปส่วนท้องถิ่น 2 เรื่องสำคัญ กระจายอำนาจพื้นที่ขนาดใหญ่ และแนวทางบริหารจัดการ ของ กทม.-เทศบาลใหญ่
นายจรัส สุวรรณมาลา กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ได้มีการวางกรอบแนวทางการทำงานแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดอย่างชัดเจน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ สมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นที่ตรงกันในเรื่องการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า ส่วนตัวต้องการเสนอเรื่องในการปฏิรูป 2 เรื่อง คือ การกระจายอำนาจของพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น เช่น องค์การปกครองส่วนจังหวัด ควรมีการบริหารจัดการในรูปแบบพิเศษในทุกพื้นอย่างทั่วถึง และการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานคร และเทศบาลใหญ่ ๆ จำนวน 20 แห่ง ควรมีการกระจายอำนาจอย่างชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาและก
ออกหมายจับ! “พงศ์พัฒน์ อดีตผบช.ก.-โกวิทย์-บุญสืบ“ โดนยกพวง
วานนี้ (22 พ.ย.) มีรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ให้ พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก., พล.ต.ต. บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน., พ.ต.อ. โกวิทย์ ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร ตำรวจชั้นประทวน และพลเรือน ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับสินบนหรือประโยชน์อื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 149
ล่าสุดในวันเดียวกัน ศาลได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งหมดตามคำร้องของ ผบช.น. แล้ว และได้มีรายงานอ้างอิงจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด โดยก่อนหน้านี้นายตำรวจที่มีชื่อตามหมายจับดังกล่าวได้ถูกคำสั่งย้ายพ้นตำแหน่งไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) รวมถึง พ.ต.อ. อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (ผบก.1 ป.) ซึ่งเพิ่งมีรายงานข่าวเสียชีวิตเนื่องจากตกจากที่สูงด้วย
สำหรับหมายจับดังกล่าวออกแล้ว มีรายนามดังนี้
1. พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ข้อหา ป.อาญา ม.112 (หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ), ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ), พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ
2. พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ข้อหาเหมือนกับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์
3. พล.ต.ต. บุญสืบ ไพรเถื่อน ข้อหา ป.อาญา ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ)
4. พ.ต.อ. วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ข้อหา ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ)
5. ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา (เจ้าหน้าที่ขับรถ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์) ข้อหา ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ)
6. ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง ข้อหา ม.148 (เจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ), ม.149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ฯ), ม.157 (เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ)
7. พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ข้อหา ม.7.1 ร่วมกันก่นสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ฯ พ.ศ. 2484 ม.54, 55 7.2 ร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ม.117,183
8. นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ข้อหาเดียวกับ พ.ต.อ.โกวิทย์
9. นางสวงค์ มุ่งเที่ยง ข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ม.19, 47
10. นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช ข้อหาเดียวกับนางสวงค์
จรัส เห็นด้วย บางพรรคเสนอเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ
'จรัส สุวรรณมาลา' เห็นด้วย บางพรรคเสนอเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ มองควรเป็นจังหวัดที่พร้อมทุกด้าน
นายจรัส สุวรรณมาลา กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า กรณีที่มีการเชิญพรรคการเมืองต่าง ๆ มาเสนอความคิดเห็นในคณะกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีพรรคการเมืองบางพรรคได้เสนอให้มีการลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากสิ้นเปลืองงบประมาณ และเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนนั้น ยังไม่มีพรรคใดเสนอมาอย่างชัดเจน แต่หากมีการเสนออย่างนั้นจริง ๆ ถือว่าเป็นเรื่องดี
ทั้งนี้ ส่วนตัวรู้สึกดีใจ ที่พรรคการเมืองบางพรรคเสนอให้มีการกระจายอำนาจ และในอนาคตผู้ว่าราชการจังหวัดควรมาจากการเลือกตั้งมากกว่าการแต่งตั้ง ซึ่งไม่ใช่ทุกจังหวัด แต่อยากให้เป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในทุกด้าน เช่น เศรษฐกิจ และขนาดของจังหวัด
นอกจากนี้ พรรคการเมืองส่วนใหญ่พูดถึงรัฐธรรมนูญเก่า ๆ ในเรื่องการยุบพรรค ซึ่งในฉบับใหม่อยากให้มีการแก้ไข ให้มีการลงโทษเป็นรายบุคคลมากกว่า และส่วนตัวก็เห็นด้วยเรื่องดังกล่าว พร้อมจะรับไว้พิจารณาต่อไป
มท.1 มอบนโยบายผู้บริหาร-ผู้ว่าฯ ทั่ว ปท.
'พล.อ.อนุพงษ์' มอบนโยบายผู้บริหาร มท.-ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เน้นย้ำ 5 ประเด็นสำคัญต้องเร่งรัดดำเนินการ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ให้แก่ผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
โดย พล.อ.อนุพงษ์ ได้เน้นย้ำเรื่องการทำงานที่จะต้องเร่งรัดการดำเนินการใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ในระดับพื้นที่จังหวัด (Area Based) เพื่อบูรณาการแผนงาน/ โครงการของจังหวัดให้ตรงตามสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ 2.การขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคเกษตรและชนบทในปี 2558 3.การเตรียมพร้อมรับสาธารณภัย
โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาภัยหนาว การดูแลและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง รวมถึงการป้องกันและลดการอุบัติเหตุบนถนน 4.การกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม เปิดเผย โปร่งใส หากเห็นว่าการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่โปร่งใส และ 5.การสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ไพบูลย์ รับต้องเร่งทำกรอบเนื้อหา ยกร่าง รธน.
'ไพบูลย์ นิติตะวัน' รับต้องเร่งทำกรอบเนื้อหา ยกร่าง รธน. เรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ-องค์กรอิสระให้แล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ศึกษาเกี่ยวกับหมวด 2 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ และองค์กรอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า การประชุมหารือเพื่อวางกรอบเบื้องต้นของเนื้อหาในส่วนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอต่อ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหญ่ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ และเอาไปรวมกับความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเขียนเป็นรัฐธรรมนูญต่อไป
ทั้งนี้ นายไพบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า ในการประชุมเพื่อสรุปกรอบนั้น จะไม่มีการเชิญองค์กรอิสระเข้ามาชี้แจงแต่อย่างใด แต่จะเป็นการรวบรวมความเห็น เอกสาร ข้อเสนอจากการวิจัย และจากการที่อนุกรรมาธิการไปรับฟังความเห็นมาเท่านั้น
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
นายกฯปัดเผด็จการไม่ห่วงคนต้านขู่ฟันหากรมต.โกง
นายกรัฐมนตรี ไม่กังวลกระแสต่อต้าน ขู่ รัฐมนตรีเอี่ยวโกงฟันหมด ยันยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึก เน้นเดินหน้าเศรษฐกิจเต็มที่ ระบุ ประชามติ รธน. ต้องรอดูอีกครั้ง ยันพร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนักศึกษาที่แสดงสัญลักษณต่อต้านขณะที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.ขอนแก่น ว่า มีความกล้าหาญแต่ควรใช้ในทางที่ถูกต้องโดยขอให้เข้าใจและอย่าขัดขวางการทำหน้าที่ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ถอนสภาพการเป็นนักศึกษาของกลุ่มนักศึกษาดังกล่าว
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่กังวลต่อกระแสต่อต้าน ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นมา 2 คนนั้น เป็นการปรับเพื่อมาช่วยงานพร้อมยืนยันการทำงานของรัฐบาลนี้ไม่มีความขัดแย้ง ขณะเดียวกันยังระบุอีกว่า สื่อมวลชนจะต้องทำงานใน 2 ส่วนคือชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน และต้องสนับสนุนรัฐบาลส่วนหนึ่ง แต่หากในอนาคต หากพบว่า มีหลักฐานว่ารัฐมนตรีคนใดทุจริต ก็สามารถนำหลักฐานมาให้และจะดำเนินการปลดบุคคลดังกล่าวด้วยตนเอง
อย่างไก็ตาม ในเรื่องการยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น ยืนยันว่า จะยังไม่มีการยกเลิก และยังไม่ทราบว่าจะยกเลิกเมื่อใด เพราะขณะนี้ต้องเน้นเรื่องเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้ก่อน
นายกฯย้ำประชามติต้องรอดูอีกครั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวย้ำว่า ต้องรอดูอีกครั้งว่าจะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งก็มีการเปิดช่องทางกฎหมายไว้ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยรวมถึง นปช. อาจจะไม่เสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ที่ผ่านมามีการรวบรวมข้อมูลจากพรรคการเมืองและกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ไว้ก่อนอยู่แล้ว พร้อมระบุว่าส่วนตัวพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการแถลงผลงาน 3 เดือนของรัฐบาลนั้น กำลังพิจารณาว่าจะมีการแถลงด้วยตนเองหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะปรับแก้ พ.ร.บ.การลงทุนร่วมต่างประเทศนั้น ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ขออย่านำไปขยายความ เพราะจะทำให้ต่างชาติกังวลทำให้การลงทุนหยุดชะงัก ซึ่งวันนี้ที่ปรับคือทำให้ลดขั้นตอนของการบริการและให้การบริการสะดวกขึ้น สำหรับในปีใหม่นี้ยืนยันว่า ทุกกระทรวงจะมีของขวัญให้ประชาชนอย่างแน่นอน
ด่วน! พิพากษายืนจำคุก 2 เดือน “วัชระ“ หมิ่น “จตุพร“
ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ยืนจำคุก 2 เดือน"วัชระ เพชรทอง" หมิ่นประมาท ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. พร้อมปรับ 2 หมื่นบาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี
คดีนี้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เป็น โจทก์ ยื่นฟ้อง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์,บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอท จำกัด และ บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย ) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา
จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 นายวัชระ กล่าวหานายจตุพร ทำนองว่า เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไม่มีใครเชื่อคำพูด ได้รับใบปริญญามาโดยการใช้อภิสิทธิ์ นอกจากนั้นยังกล่าวหาว่า นายจตุพร เป็นกบในกะลาครอบ ในระบอบของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ต่อมานายจตุพรได้ ถอนฟ้องเฉพาะ บริษัทไทยเดย์ และ บริษัทเอเอสทีวี ฯ จำเลยที่ 2 และ 3 และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2556 ให้จำคุก นายวัชระ 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่นายวัชระ ไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี และให้ลงโฆษณาคำพิพากษาฉบับย่อในหนังสือพิมพ์รายวัน 2 ฉบับเป็นเวลา 7 วัน
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของนายวัชระ ที่ระบุถึง คำกล่าวที่ว่าท่อน้ำเลี้ยง เป็นคำกลางๆ ไม่ได้บ่งชี้ดีเลว และใช้เปรียบเทียบทั่วไป นั้นศาลเห็นว่าคำว่าท่อน้ำเลี้ยง เป็นการเปรียบถึงเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม ไม่ใช่หมายถึงเงินบริจาคของประชาชน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















