กดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจ เอ้ากดเลย

?(*^ – ^*)?

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไลฟ์สไตล์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไลฟ์สไตล์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อยากผอมชาตินี้ต้องทำยังไง! 7 วัน ลด 5 กิโลฯ...เป็นไปได้หรือ ?



ทำยังไงผอม...? คำถามนี้มักเจอได้บ่อยๆ จากคนที่ต้องการลดน้ำหนัก บ้างก็หาสูตรเด็ดเคล็ดลับต่างๆ บ้างก็หาอาหารเสริมหายามากิน บ้างก็ออกกำลังกายอย่างหนัก พยายามที่จะทำให้ตัวเองผอมอย่างรวดเร็วที่สุด...

"ไทยรัฐออนไลน์" จึงไปหาคำตอบจากปากผู้เชี่ยวชาญมาให้ได้กระจ่างกัน ถ้าต้องการให้น้ำหนักลดลงเยอะๆ เร็วๆ 7 วัน 5 กิโลฯ เป็นไปได้หรือไม่ ต้องทำยังไงและจะเกิดผลข้างเคียงอะไรกับตัวคุณไหม เรามีคำตอบ !

นนท์ อัลภาชน์ หรือมิกกี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน สเตท ของสหรัฐฯ สาขาฟิตเนส แอนด์ นิวทรีชั่น และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย ECU Edith Cowan University สาขา Strength and Conditioning จากประเทศออสเตรเลีย บอกเป็นข้อๆ ว่า นนท์ อัลภาชน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา

1. การทานอาหารในปริมาณที่น้อยๆ แล้ว ออกกำลังกายหนักๆ โดยเฉพาะ คาร์ดิโอ อาจทำให้น้ำหนักลดลงเร็วมากในเวลาสั้นๆ

2. การลดน้ำหนักลงเร็วเกินไป ทำให้เราเสียน้ำในร่างกายไปด้วย ถ้ามากเข้าอาจทำให้เกิดอาการภาวะขาดน้ำ (dehydration)

3. การขาดน้ำมากๆ มีผลเสียกับร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย, ล้า, และไม่มีอารมณ์ หรือ ความรู้สึกในการทำหลายๆ อย่าง

4. ยิ่งการอดอาหาร หรือทานอาหารน้อยๆ เป็นเวลานาน ยังทำให้เรารับสารอาหารไม่เพียงพอ และทำให้ร่างกายเราต้องดึงกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานอยากผอมทำไงดีเลือกแบบไหน

5. พอกล้ามเนื้อเราถูกดึงมาใช้ก็ทำให้กล้ามเนื้อเราน้อยลง

6. พอกล้ามเนื้อน้อยลง ก็ทำให้ระบบการเผาผลาญเราลดลง

7. พอระบบการเผาผลาญลดลงก็จะทำให้ร่างกายเรามีปัญหาในระยะยาวกับการคุมน้ำหนัก

8. เพราะฉะนั้น เราไม่ควรรีบลดน้ำหนักเร็วจนเกินไป

9. เราไม่ได้อ้วนขึ้นภายในข้ามคืน แล้วจะมาหวังให้ผอมลงภายในข้ามคืนได้อย่างไร

10. ควรลดน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลฯ ต่ออาทิตย์ก็เพียงพอแล้วเฟิร์มสุดๆ

อกคัพบอลลูนแล้วไง ? 11 ข้อดีสุดคูลของสาวจอแบนมีดีกว่าที่เห็น !






ถึงหนุ่มๆ ทั้งหลายจะมองว่าหน้าอกตู้มๆ คือเสน่ห์เย้ายวน ชวนดึงดูดให้เข้าหาของผู้หญิง และทำให้เธอต่างเปลี่ยนความคิดทยอยตบเท้าอัพไซส์กันยกใหญ่ แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นข้อดีสำหรับผู้หญิงเสมอไป เพราะนอกจากจะไม่ใช่ธรรมชาติที่สวรรค์สร้างแล้ว มันยังอาจทำให้เกิดผลกระทบในทางลบตามมา

ไทยรัฐออนไลน์ไม่อยากให้ผู้หญิงยึดติดกับความคิดผิดๆ อัพไซส์กันตามกระแสจนเป็นค่านิยมใหม่ วันนี้เราขอเผยข้อดี 11 ประการที่ไม่ธรรมดาของผู้หญิงอกไข่ดาว รับรองว่ามีดีกว่าที่เห็นจนอาจทำให้คุณเปลี่ยนความคิด(ศัลยกรรม) ไปเลย ….


1. ไม่ต้องกังวลว่าหน้าอกใหญ่จะเป็นปัญหาเรื่องเสื้อผ้าอีกต่อไป สาวๆ สามารถหาเสื้อผ้าและชุดชั้นในใส่ได้ง่าย มั่นใจได้เลยว่ามีขนาดไซส์ให้เลือกชัวร์ อีกทั้งยังมีดีไซน์หลากหลายให้เลือกมากกว่าสาวคัพใหญ่ด้วยหน้าอกเล็กหาเสื้อผ้าใส่ง่าย ...


2. รับรองได้ว่าสาวอกเล็กจะไม่โดนหนุ่มๆ แซว และไม่ต้องเป็นเป้าสายตา อาหารตาอันโอชะของหนุ่มๆ ทั้งหลาย โดยเฉพาะหนุ่มโรคจิตแน่นอน !!

3. นอกจากจะไม่ถูกลวนลามทางสายตาแล้ว ยังลดความเสี่ยงของการถูกข่มขืน และการถูกกระทำอนาจารมากกว่าผู้หญิงคัพใหญ่ถึง 80% นั่นก็เพราะผู้หญิงคัพใหญ่จะดึงดูดผู้ชายบ้ากามได้มากกว่าน่ะสิ

4. เห็นได้ชัดว่าสาวไซส์เล็กใส่อะไรก็ไม่ดูโป๊ แต่กลับน่ารักอมเปรี้ยวนิดๆ ให้สาวทรงโตอิจฉา ทั้งเสื้อสายเดี่ยว เกาะอก หรือแม้แต่เสื้อคอคว้านลึก เว้าเนินอกขนาดไหน เธอก็ยังเฉิดฉายได้แบบไม่ต้องคอยปิดนู่นปิดนี่ กังวลกลัวโป๊จนเสียเซลฟ์ แถมยังไม่ต้องกังวลเวลาใส่เสื้อรัดๆ อีกด้วยแน่ะแถมใส่อะไรก็ไม่ดูโป๊ ต้องคอยกังวลจนเสียเซลฟ์

5. หลับง่ายสบายตลอดคืน ไม่ว่าจะนอนพลิกตัวไปทางไหนก็สะดวก แม้แต่นอนคว่ำหรือนอนตะแคงก็ยังได้ เพราะจะไม่มีทรงโตๆ มาคอยดันให้เจ็บหน้าอก อึดอัดจนหายใจไม่ออก

6. สาวคัพเล็กจะดูรูปร่างเพรียวเล็ก ไม่อวบอ้วนเทอะทะ ตรงข้ามกลับสาวคัพใหญ่ที่จะทำให้เธอดูอ้วนมีเนื้อไปโดยปริยาย ไม่เชื่อ คุณลองสังเกตดูสิ ! ถ้าครั้งหน้ามีใครแซวว่าคุณอกเล็ก คุณก็เตรียมสวนกลับไปได้เลยว่า … คุณน่ะหุ่นนางแบบนะยะ !!

7. สาวคัพเอหมดห่วงในกีฬาออกกำลังกายที่ต้องมีการกระแทก อย่างเช่น การวิ่ง หรือการกระโดดไปได้เลย เพราะจะไม่มีปัญหาเรื่องหน้าอกเด้ง หย่อนคล้อยมากวนใจแน่นอน โดยเฉพาะการวิ่ง สาวอกเล็กมั่นใจได้เลยว่ามันจะช่วยลดแรงต้านทานขณะวิ่ง และทำให้วิ่งได้เร็วกว่าสาวอกใหญ่เป็นไหนๆ แถมออกกำลังกายได้อย่างสบายใจและสบายตัว ไร้กังวล !

8. อกไข่ดาวจะหย่อนยานช้ากว่า และแตกลายได้ยากมากกว่าอกบอลลูนหลายเท่าอกไข่ดาวก็หุ่นแซ่บเว่อร์ได้เหมือนกัน !

9. นอกจากสาวจอแบนจะมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าสาวคัพใหญ่แล้ว เวลาตรวจร่างกายยังสามารถคลำหาก้อนเนื้อได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีพื้นผิว และความหนาของผิวที่น้อยกว่าอีกด้วย

10. หน้าอกเล็กดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะบริเวณไหล่ หลัง และกระดูกสันหลังให้ไม่ต้องรับบทหนัก เนื่องจากหน้าอกใหญ่จะเพิ่มแรงกดให้แก่ร่างกาย และกระดูกสันหลังต้องแบกรับน้ำหนักมาก ทำให้มีโอกาสที่จะปวดหลัง ปวดไหล่ได้ง่าย และเสี่ยงต่อโรคปวดเมื่อยตามมา ฉะนั้น หน้าอกใหญ่ใช่ว่าจะดี ยิ่งหน้าอกใหญ่มากเท่าไรก็จะยิ่งเพิ่มแรงกด (น้ำหนักแบกรับ) ให้แก่ร่างกายมากเท่านั้น

11. อกเล็กจะทำให้ดูเด็กนานขึ้น เพราะเมื่อวันเวลาผ่านไปถ้าคุณมีอายุมากขึ้น หน้าอกยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง และนั่นเป็นสัญญาณบ่งชี้อายุคุณอย่างชัดเจน แต่ทางกลับกันมันเป็นเรื่องยากที่จะบอกอายุของสาวอกเล็กนะ … จริงไหม ?อกเล็กทำให้ดูเด็กนานขึ้นนะ ... จะบอกให้ !!


สุดท้ายแล้วฝากเตือนผู้หญิงชอบเสพศัลยกรรมว่า อะไรที่ไม่ใช่ของจริงมักจะไม่จีรังหรอกนะ เมื่อเสริมเติมแต่งอะไรแปลกปลอมเข้าไป อย่าไปคิดว่ามันสวยงามและจะอยู่อย่างคงถาวร เพราะสักวันมันก็จะสลายหายไป … จำไว้ว่าอะไรที่เป็นธรรมชาติน่ะดีที่สุดแล้ว แถมยังดีกว่าของปลอมเป็นไหนๆ อีกด้วย.

เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อพ่อค้าแม่ขาย รู้ไว้ 4 เทคนิคเทพ! พิชิตนักช็อปออนไลน์




ฝากกลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายอาจมองข้าม! จากคำแนะนำของมืออาชีพที่ใช้เฟซบุ๊กทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ถึงขนาดขยายตลาดสู่ต่างประเทศ…

นอกจากเรื่องราวของตัวเองและเพื่อนๆ ช่วงนี้...บนโลกโซเชียลยังเต็มไปด้วยธุรกิจออนไลน์ ค้าขายหลากหลายสินค้าทั้งของชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ ให้เราได้เลือกชมเลือกช็อปกันอยู่ประจำ นี่ยังไม่รวมถึงธุรกิจประเภทเอสเอ็มอี (ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก) ที่มีอีกเป็นจำนวนมากในประเทศไทย และหันมาใช้โซเชียลเป็นช่องทางขายด้วย แน่นอนว่าเมื่อมีผู้ค้าจำนวนมาก การแข่งขันเพื่อแย่งชิงความสนใจและดึงดูดลูกค้า ย่อมเป็นสิ่งสำคัญ!

วันนี้ซื้ออะไรดี...? เลือกช็อปได้สบายผ่านโซเชียล


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะเริ่มต้นอาชีพค้าขาย ไม่ว่าจะหารายได้เสริม หรือหวังยึดเป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวก็ตาม! เรามีคำแนะนำอย่างง่าย รับรองว่าทำตามแล้วจะยิ่งขายดิบขายดีเชียวล่ะคุณ...! เพราะเราได้คำแนะนำมาจากเจ้าของแบรนด์ตัวจริง อย่าง BagSpace แบรนด์เครื่องหนังไทย ซึ่งหันมาค้าขายออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก

"เคล็ดลับความสำเร็จของ BagSpace แบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก คือ เนื้อหา (Content) การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) การขยายธุรกิจ (Expand) และการปรับตัวให้เข้ากับตลาด (Localisation) ซึ่งเอสเอ็มอีไทยสามารถนำไปปรับใช้สำหรับสร้างแบรนด์บนเฟซบุ๊กได้เช่นกัน" นายปกรณ์ กิตติประสาธน์ หนึ่งในหุ้นส่วน BagSpace อธิบาย

เนื้อหา…ต้องเป็นเลิศ!
เนื้อหาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด (Content is always king) คือคำกล่าวที่เป็นพื้นฐานของการสร้างตัวตนของแบรนด์และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง วิธีที่ดีที่สุดในการดึงดูดผู้เข้าชมมายังเพจ คือการสร้างเนื้อหาที่เป็นรูปภาพ เพื่อสื่ออัตลักษณ์ของแบรนด์และสินค้าได้อย่างเต็มที่ โดยควรเป็นรูปภาพที่เป็นต้นฉบับเฉพาะของแบรนด์ มีความสวยงามและสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการเลือกใช้รูปภาพหน้าปก (cover photo) และรูปภาพประจำตัว (profile photo)

ปกรณ์ กิตติประสาธน์ กับความเอาใจใส่ที่มอบผ่านสินค้า


ปกรณ์ อธิบายอีกว่า เมื่อลูกค้าเลือกซื้อกระเป๋าหนัง พวกเขาจะอยากลองถือ สัมผัส เช็กรายละเอียดด้านใน หรือบางคนก็อยากดมกลิ่นหนังเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่การซื้อของออนไลน์ไม่มีทางเลือกอื่นให้นอกจากการใช้ตามอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการใช้รูปภาพในการสื่อสารจึงเป็นกลยุทธ์ในการขายและการตลาดที่สำคัญ และการใช้รูปภาพที่มีคุณภาพยังช่วยให้เราขายไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าของเราต้องการได้ด้วย นอกจากนี้ เรายังใช้วิดีโอเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์ รวมถึงแนวคิดของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวอีกด้วย เพราะการผสมผสานระหว่างเสียง การเคลื่อนไหว และภาพนั้นก่อให้เกิดประสบการณ์เชิงลึก และยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมได้มากขึ้น

เจาะกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด!
การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจ เนื่องจากหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การเข้าถึงผู้คนจำนวนมากที่สุด แต่เป็นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจหรือมีความเป็นไปได้ว่าอาจสนใจในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ขั้นตอนแรกในการกำหนดกลุ่มผู้รับสารเป้าหมาย คือการตีกรอบตัวตนของกลุ่มเป้าหมายในเชิงประชากรและเชิงจิตวิทยา เช่น อายุ ที่อยู่อาศัย ความสนใจ พฤติกรรม เป็นต้น

"ในระยะแรกของการดำเนินธุรกิจ เราตระหนักว่าการตีกรอบกลุ่มผู้รับสารให้แคบลง เพื่อให้เข้าถึงเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเป็นสิ่งสำคัญ มีการใช้เครื่องมือในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของเฟซบุ๊ก เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เรากำหนดไว้ นั่นคือผู้ชายวัยสามสิบ ซึ่งมีหน้าที่การงานมั่นคง มีกำลังซื้อปานกลางถึงสูง และชื่นชอบผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างประณีต รวมถึงใส่ใจในคุณภาพของสินค้า"